เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ต้องพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน เพื่อกำหนดรายชื่อรัฐมนตรีและญัตติที่จะมีการอภิปราย จะเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เอาให้ชัดก่อนกำหนดยื่นญัตติ และจะได้พูดคุยกับวิปสามฝ่ายเพื่อกำหนดวันที่ชัดเจนต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของพรรคประชาชนมีความพร้อม และเตรียมข้อมูลต่างๆ ไว้เยอะ การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีเรื่องที่ต้องอภิปรายหลายเรื่อง และยังมีเรื่องที่คาดไม่ถึง ซึ่งเราได้รวบรวมไว้ มีหลักฐาน ที่สามารถเอาผิดได้ ไม่ใช่พูดลอยๆ ยกเมฆมา
การตรวจสอบทางการเมือง อย่ามองแค่จำนวนมือในสภา แต่ต้องตั้งคำถามว่า รัฐบาลจะอาศัยความชอบธรรมอะไรในการอธิบายกับประชาชน หากคิดว่าจะอธิบายเพียงแค่คุณมีมือมากกว่า แต่สังคมไม่ให้การยอมรับ รัฐบาลแบบนี้จะดำรงอยู่ได้นานแค่ไหน อย่าคิดว่าอำนาจคือทุกอย่างโดยไม่สนความชอบธรรม และความรู้สึกของประชาชน ตนคิดว่ารัฐบาลแบบนี้อยู่ได้ไม่นาน
หลังจากอภิปรายคำถามก็จะตามมา ซึ่งคำถามสำคัญคือ ตกลงแล้วระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศไทยไปมากน้อยแค่ไหน เป็นบทหนึ่งที่เราต้องช่วยกันตั้งคำถามถึงองค์กรอิสระ และกลไกต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรยุติธรรม ตกลงแล้วเรากำลังเป็นประจักษ์พยาน เรื่องการกินพวกของระบอบน้ำเงินใช่หรือไม่ ดังนั้น เชื่อว่าฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า จำนวนสมาชิกของพรรคฝ่ายค้านจะลดลง เนื่องจากไม่มีพรรคกล้าธรรมแล้ว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประสิทธิภาพของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งอยู่ที่พยานหลักฐานเป็นหลัก จำนวนมือฝ่ายค้านก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่พยานหลักฐานจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นพลังให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด พรรคกล้าธรรมจะอยู่ตรงไหนเขาเป็นคนเลือก ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องทางธุรการและกระบวนการ การที่เขาอยู่ฝ่ายค้าน หรือจะเป็นผู้สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จะอยู่บทบาทไหน พรรคเขาเป็นคนเลือก เราไม่ได้เลือกให้เขา เรื่องวิปฝ่ายค้านเป็นแค่กระบวนการ ซึ่งเกิดขึ้นไปแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่กายจะอยู่กับเรา และใจไปอยู่กับเขา
เมื่อถามถึงภาพที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม สวมนาฬิกาข้อมือ ที่ด้านหลังสลักชื่อนายอนุทิน มองว่าเป็นนัยการเมืองหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่อยากตีความมาก เขาบอกว่าเป็นนาฬิกาที่ให้มากับมือใช่หรือไม่ ตนไม่รู้ความเป็นมา แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านทำหน้าที่ในการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล หากวันหนึ่งที่พรรคกล้าธรรมเป็นรัฐบาล ก็จะตรวจสอบคนของพรรคกล้าธรรมอย่างเต็มที่ คิดว่าคนของพรรคกล้าธรรมก็น่าจะคุ้นเคยกับการตรวจสอบของพรรคประชาชนพอสมควร เพราะบทบาทของเราคือการตรวจสอบ และต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด.



