สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ใช้โอกาสกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) สมัยสามัญครั้งที่ 81 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพียง 37 นาที น้อยกว่าปีที่แล้วราว 1 ชั่วโมง แต่ยังคงเน้นไปที่การแสดงจุดยืนด้านนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลวอชิงตัน และปกป้องปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน
ทรัมป์ประกาศกร้าวว่า สหรัฐสามารถทำลายอิหร่านได้อย่างราบคาบ หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ พร้อมคาดการณ์ว่า การทำข้อตกลงอาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดองค์ประกอบของสภาคองเกรสชุดใหม่ และพรรครีพับลิกันต้องการรักษาเสียงข้างมากให้ได้ในทั้งสองสภา
สำหรับสงครามในยูเครน ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งฝ่ายรัสเซียและยูเครน และเชื่อว่า จะสามารถยุติความขัดแย้งได้ในเร็ววัน
WATCH IN FULL: President Donald J. Trump delivers powerful remarks at the 81st session of the United Nations General Assembly in New York City pic.twitter.com/Ko5KWU2vwu
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) September 22, 2026
ในประเด็นปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐจะใช้คำว่า “ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์” แทนเอไอ พร้อมย้ำจุดยืนว่า คำเตือนเกี่ยวกับความปลอดภัยของเอไอเป็นเรื่องหลอกลวง และสหรัฐกำลังเป็นผู้นำจีนรวมถึงประเทศอื่นในด้านนี้
ทรัมป์ยืนยันว่า จะไม่ขัดขวางการเติบโตของเอไอ ซึ่งอาจมีความสำคัญยิ่งกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรม พร้อมระบุว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐจะเข้าควบคุมภาคส่วนนี้ หากมีความจำเป็น
ขณะเดียวกัน ทรัมป์เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ถอนตัวออกจากองค์กร พร้อมประณามไอซีซีว่า เป็นสถาบันที่ควบคุมไม่ได้ และยืนยันว่า สหรัฐจะไม่ยอมให้กำลังพลของประเทศ ตกอยู่ภายใต้การพิจารณาคดีที่เขามองว่า เป็นการจัดฉากโดยองค์กรที่ต่อต้านสหรัฐ

ด้านการปราบปรามยาเสพติด ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐกำลังกลับมาใช้อำนาจเพื่อทำให้ภูมิภาคอเมริกามีความปลอดภัยมากขึ้น ด้วยการกวาดล้างแก๊งค้ายาที่รัฐบาลสหรัฐขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย พร้อมเปรียบเทียบกลุ่มเหล่านี้กับไอเอส และกล่าวว่า ควรถูกสังหาร เนรเทศ หรือควบคุมตัวในฐานะนักรบฝ่ายศัตรูโดยไม่มีโอกาสได้รับการปล่อยตัว
สำหรับเวเนซุเอลา ทรัมป์กล่าวว่า ปฏิบัติการของรัฐบาลสหรัฐถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ และเป็นคำเตือนแก่ประเทศอื่นว่า สหรัฐจะไม่ยอมให้ภัยคุกคามต่อประเทศเข้ามาตั้งหลักในซีกโลกตะวันตก พร้อมย้ำว่า หากจำเป็น สหรัฐพร้อมใช้ศักยภาพทางทหารเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติที่สำคัญ

ทรัมป์ยังกล่าวหาคิวบาว่าเป็นรัฐล้มเหลว และประกาศว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์จะไม่มีวันเข้าสู่สหรัฐ แต่เสรีภาพจะเข้าสู่คิวบา ส่งผลให้คณะผู้แทนคิวบาประจำสหประชาชาติเดินออกจากห้องประชุม
นอกจากนี้ ทรัมป์เรียกเม็กซิโกว่าเป็นศูนย์กลางของความรุนแรงจากแก๊งค้ายาในภูมิภาค พร้อมวิจารณ์บทบาทขององค์การสหประชาชาติว่า จำเป็นต้องยุติการผลักดันวาระฝ่ายซ้ายจัด ของข้าราชการที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวอ้างว่า รัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันดำเนินการปฏิรูปยูเอ็นครั้งใหญ่ ทั้งการลดงบประมาณและจำนวนบุคลากร พร้อมวิจารณ์องค์กรระหว่างประเทศและความพยายามจัดเก็บภาษีในระดับโลก แม้ทรัมป์ยอมรับว่า ยูเอ็นมีศักยภาพอย่างมาก แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงาน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



