เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่รัฐสภา น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจาก นพ.วิษณุ เจริญสุวรรณ ตัวแทนหน่วยบริการนวัตกรรมบัตรทอง พร้อมคณะทำงานและตัวแทนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เรื่อง การลดจำนวนสิทธิการเข้ารับบริการรายสัปดาห์ (โควตา) และการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขของผู้ป่วยบัตรทองในคลินิกนวัตกรรม

นพ.วิษณุ กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบและทบทวนการบริหารจัดการ โครงการ “30 บาทรักษาทุกที่” ในส่วนของหน่วยบริการนวัตกรรม เนื่องจากการกำหนดโควตาผู้รับบริการรายสัปดาห์อาจเป็นข้อจำกัดต่อการเข้าถึงบริการ โดยเฉพาะประชากรแฝง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาไม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกำหนดโควตาและอัตราค่าชดเชยบริการ จึงขอให้เปิดเผยข้อมูลและวิธีการคำนวณอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมเสนอ 5 ประการ ได้แก่ 1.ทบทวนโควตารายสัปดาห์โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน 2.ทบทวนอัตราค่าชดเชยให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง 3.เปิดเผยหลักเกณฑ์และข้อมูลที่ใช้กำหนดโควตาและจัดสรรงบประมาณ 4.เปิดโอกาสให้หน่วยบริการและประชาชนมีส่วนร่วม และ 5. กระจายหน่วยบริการให้สอดคล้องกับจำนวนประชากรและบริบทของแต่ละพื้นที่

ด้าน น.ส.พนิดา กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพและการเข้าถึงสิทธิด้านบริการสาธารณสุขของประชาชน โดยเห็นว่าข้อร้องเรียนดังกล่าวเป็นประเด็นที่ควรนำเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ. เนื่องจากคลินิกและหน่วยบริการสุขภาพเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนให้เข้าถึงสิทธิที่พึงได้รับ หากหลักเกณฑ์หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องยังมีข้อขัดข้องและเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิทธิของประชาชน ฝ่ายนิติบัญญัติจะทำหน้าที่ประสานระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้ให้บริการสุขภาพ และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ จะนำเรื่องเข้าสู่ กมธ. พร้อมเชิญผู้ร้องเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง โดยมุ่งให้เกิดกระบวนการที่โปร่งใส มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เข้าใจได้ และไม่กระทบต่อสิทธิของประชาชน.