เมื่อวันที่ 27 ก.ย. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน แชร์โพสต์ของนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ระบุข้อความว่า “ฝนแช่ทั้งวันเลย” พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ถึงการสื่อสารของรัฐมนตรีและภาครัฐในสถานการณ์อุทกภัยอย่างดุเดือด 

โดย น.ส.ภคมน ระบุว่า คุณภราดรเป็นถึงรัฐมนตรี แต่กลับสื่อสารได้เพียงเท่านี้จริงหรือ บทเรียนจากการเป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ปลายปีที่แล้ว ไม่ได้ช่วยให้เรียนรู้ที่จะแจ้งข่าวกับประชาชนได้ดีกว่านี้เลยหรือ พร้อมย้อนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2568 ที่ผู้สื่อข่าวจี้ถามนายภราดรว่า “ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่รัฐบาลจะต้องยอมรับว่าประเมินสถานการณ์น้ำท่วมผิดพลาด จนทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมาก” ซึ่งนายภราดรได้ลุกหนีโดยไม่ตอบคำถาม การลุกยืนครั้งนั้นทำให้หมดราคาในสายตาประชาชน และบาดแผลจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ยังคงเหวอะหวะแต่เหตุใดจึงยังเลือกที่จะสื่อสารในลักษณะนี้อีก 

น.ส.ภคมน ระบุต่อว่า ในวันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ และอีกหลายพื้นที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่อาจรู้ได้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร หากต้องเจอสถานการณ์ “ฝนแช่ทั้งวัน” แบบที่นายภราดรโพสต์ ประชาชนควรต้องทำอย่างไร รัฐบาลมีแนวทางแจ้งเตือนและเตรียมรับมือไว้อย่างไรบ้าง 

พร้อมตั้งคำถามถึงภาครัฐว่า สามารถประกาศสถานการณ์ที่แม่นยำหรือยกธงแดงได้หรือยัง ถึงเวลาหรือยังที่จะแจ้งข่าวอย่างละเอียดให้ประชาชนเตรียมความพร้อม ประชาชนไม่ได้คาดหวังให้รัฐห้ามฟ้าฝน แค่ขอข้อมูลเพื่อใช้รับมือ แต่สถานการณ์วันนี้ประชาชนกลับต้องติดตามข่าวจากเพจต่างๆ และภาคประชาชนที่แจ้งข่าวกันเอง ขณะที่เพจภาคประชาชนที่ทำนายน้ำท่วมไว้อย่างแม่นยำก่อนหน้านี้ ก็ได้เตือนว่าคืนนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะหนุนสูง ทำให้พรุ่งนี้อาจเกิดปริมาณน้ำท่วมสูงกว่าเดิม ข้อมูลเหล่านี้ทำไมรัฐจึงไม่สื่อสาร ไม่แจ้งเตือนในรายละเอียด และไม่สร้างหลักประกันความเชื่อมั่นในการวางแผนชีวิตวันถัดไปให้ประชาชน 

น.ส.ภคมน ยังระบุด้วยว่า หากมารูปแบบนี้ น้ำแห้งแล้วคงหนีไม่พ้นภาพท่านรัฐมนตรีมาขอบริจาคไม้กวาดก้านมะพร้าวกันอีก พร้อมย้ำว่า อย่ามาชี้หน้าหาว่าคนอื่นเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเล่นการเมือง เพราะการโพสต์ที่ไม่สามารถให้หลักประกันอะไรกับประชาชนได้ของรัฐมนตรี นั่นแหละคือการล้อเล่นกับความเดือดร้อนของประชาชน