เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 28 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน และลาดกระบัง ว่า มีน้ำขังอยู่ปริมาณหนึ่ง ตั้งแต่ 20-50 เซนติเมตร ทางนิคมได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากปี 54 ซึ่งครั้งนั้นเป็นน้ำจากภาคเหนือที่ไหลเข้าท่วม ทำให้ตั้งแต่ปี 54 เป็นต้นมา นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ดำเนินการสร้างคันกั้นน้ำไว้ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำที่ไม่เคลื่อนตัวออกจากประเทศไทย ทำให้เกิดฝนตกต่อเนื่อง โดยการดำเนินการหลังจากนี้ เพื่อนำไปลงตามคูคลองต่างๆ ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน เพราะประชาชนที่พักอาศัยอยู่โดยรอบก็ได้รับความเดือดร้อนเหมือนกันในขณะนี้
ดังนั้น การช่วยเหลือเยียวยาภายในนิคม ได้กำชับผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้คำนึงถึงชุมชนโดยรอบนิคมด้วย เพราะบางนิคมที่ระบายน้ำออกไปแล้วกระทบกับชุมชนโดยรอบ เป็นเรื่องที่กระทรวงอุตสาหกรรมเข้าใจดี เพราะบางนิคมมีความละเอียดอ่อน เช่น นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคต่างๆ ที่ต้องปกป้องรักษาระดับน้ำภายในนิคม แต่เมื่อสูบน้ำออกมาแล้วชุมชนได้รับผลกระทบนิคมนั้น ต้องไปเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ตั้ง
นายวราวุธ กล่าวอีกว่า สำหรับในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและบางชันนั้น อยู่ระหว่างการเร่งสูบน้ำออกจากนิคม เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่สถานการณ์ไม่มีน้ำทะเลหนุน ในช่วงนี้จึงต้องเร่งรีบระบายน้ำจากทุกพื้นที่ออก พร้อมย้ำว่า สถานการณ์ในตอนนี้ไม่สามารถประมาทได้ เพราะเป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศ ตราบใดที่ท้องฟ้ายังขมุกขมัว ยังประมาทไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าต่อไปจะมีการก่อตัวของเมฆกลุ่มใหม่หรือไม่ พร้อมปัจจัยในช่วงนี้คือต้องไม่ลืมว่าอุณหภูมิของน้ำทะเลเริ่มสูงขึ้น ไอระเหยจากทะเลขึ้นไปก่อตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางกระทรวงอุตสาหกรรมต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือในเรื่องนี้ แต่จากการคาดการณ์และดูลักษณะของกลุ่มเมฆ มีการพัดออกไปยังทิศตะวันตกของประเทศไทยแล้ว คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้ จะเคลื่อนผ่านพ้นประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ปริมาณน้ำฝนจะตกลงมาในพื้นที่เบาลง
เมื่อถามว่า การดูแลและป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม นายวราวุธ กล่าวว่า ผู้ว่าการนิคมฯ ได้วางแนวกระสอบทราย กั้นพื้นที่แต่ละโรงงาน ซึ่งมีบางจุดที่มีน้ำไหลเข้าไป ซึ่งหากเกิดความเสียหาย ทางการนิคมอุตสาหกรรมจะเข้าไปสนับสนุนในเรื่องนี้
ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่าความเสียหายในขณะนี้ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง แต่ยังไม่กระทบกับความเสียหายในเชิงเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าน้ำท่วมปีนี้แตกต่างจากปี 54



