สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่า ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า แนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งคาดว่าจะแตะระดับประมาณ 7.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนนี้ เนื่องจากซาอุดีอาระเบียเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกน้ำมันจากท่าเรือยานบูในทะเลแดง หลังเกิดการโจมตีที่สร้างความเสียหายต่อท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก
แม้การส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงซาอุดีอาระเบีย ยูเออี อิรัก โอมาน กาตาร์ คูเวต และอิหร่าน จะฟื้นตัว แต่เคปเลอร์ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 18.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.พ. อยู่ประมาณ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
Crude oil exports from key Middle East producers rebounded to 12.8 million barrels per day in September, their highest level since the US-Israeli war with Iran began in February, Reuters reported, citing Kpler data.
— Iran International English (@IranIntl_En) September 28, 2026
Exports through the Strait of Hormuz were set to reach about…
ทั้งนี้ ข้อมูลเผยให้เห็นว่า ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของภูมิภาค มีแนวโน้มที่จะส่งออกน้ำมันประมาณ 5.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนนี้ นับเป็นการฟื้นตัวจากระดับ 2.446 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา
ยิ่งไปกว่านั้น ปริมาณการขนส่งน้ำมันจากท่าเรือราสทานูราในอ่าวอาหรับ ของเดือน ก.ย. ก็เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับ 929,000 บาร์เรลต่อวันในเดือน ส.ค. แต่ยังต่ำกว่าระดับ 6.411 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.พ.
ข้อมูลจากเคปเลอร์แสดงให้เห็นว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่มาก จำนวน 19 ลำ ซึ่งแต่ละลำบรรทุกน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย ปริมาณ 2 ล้านบาร์เรล แล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



