เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงปัญหาเที่ยวบินล่าช้า และสัมภาระผู้โดยสารตกค้างที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในช่วง 3 วันที่ผ่านมาว่า ขออภัยผู้โดยสารทุกคนสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น ซึ่งก่อนเกิดเหตุน้ำท่วมบริเวณพื้นที่โดยรอบกรุงเทพฯ ทางฝ่ายบริหารได้ประชุม และเตรียมแผนรองรับผลกระทบดังกล่าวไว้บ้างแล้ว แต่ยอมรับสถานการณ์จริงส่งผลกระทบรุนแรงกว่าที่ประเมิน โดยเฉพาะแรงงาน 2 กลุ่ม ได้แก่ แรงงานทั่วไป และบุคลากรที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ หรือมีใบอนุญาตในการปฏิบัติงาน

นายชาย กล่าวอีกว่า บุคลากรจำนวนมากพักอาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบสนามบิน และได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิบัติงานได้ แม้บริษัทฯ จะพยายามใช้รถที่ได้รับการสนับสนุนจากทางทหาร เข้าไปช่วยนำบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะออกจากพื้นที่ แต่บางส่วนยังห่วงบ้านและทรัพย์สินที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งก็ได้เสนอค่าตอบแทนพิเศษ และช่วยเหลือดูแลครอบครัว เพื่อให้พนักงานสามารถออกมาปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามการประเมินสถานการณ์ก่อนหน้านี้คาดว่าจะสามารถรักษากำลังการผลิตไว้ได้ประมาณ 80% แต่สถานการณ์จริงต่ำกว่าที่คาด เนื่องจากแรงงานไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติงานได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ เช่น เจ้าหน้าที่ประจำลานจอด และปฏิบัติงานข้างเครื่องบิน ปกติใช้คนประมาณ 45 คน แต่ที่ผ่านมาเข้าปฏิบัติงานได้ประมาณ 20 คนเท่านั้น ทั้งนี้แรงงานในระบบมีประมาณ 500 คน แต่ปัจจุบันขาดไปประมาณ 200-300 คน

นายชาย กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์เที่ยวบินในช่วง 3 วันนี้ เที่ยวบินของการบินไทยล่าช้า (ดีเลย์) เกือบ 100% มีเที่ยวบินที่สามารถออกตรงเวลาได้น้อยกว่า 3% จากเที่ยวบินที่ให้บริการประมาณ 110 เที่ยวบินต่อวัน รวม 3 วัน ประมาณ 330 เที่ยวบิน จึงได้ตัดสินใจลดกำลังการผลิต โดยยกเลิกบางเที่ยวบิน และโอนผู้โดยสารไปยังสายการบินอื่น รวมถึงแบ่งภาระงานภาคพื้นให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาช่วยให้บริการสายการบินที่เป็นลูกค้า ทั้งนี้เบื้องต้น การบินไทยได้ลดจำนวนเที่ยวบินที่ออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 30% จากเดิมกว่า 110 เที่ยวบินต่อวัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเที่ยวบินที่ยังให้บริการอยู่ และทำให้เที่ยวบินสามารถกลับมาตรงเวลามากขึ้น
นายชาย กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่ทำไมสายการบินอื่นไม่ได้รับผลกระทบนั้น ขอชี้แจงว่าการบินไทยมีกรุงเทพฯ เป็นฐานการผลิต ทำให้ทุกกิจกรรมด้านการบิน อาทิ การขนถ่ายสัมภาระ คาร์โก้ และการเตรียมเที่ยวบิน ต้องดำเนินการที่กรุงเทพฯ ขณะที่สายการบินอื่นบางส่วนสามารถดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ตั้งแต่ต้นทาง อย่างไรก็ตามขณะนี้มีกระเป๋าสัมภาระตกค้าง ประมาณ 5,600 ใบ ซึ่งการบินไทยทยอยนำกระเป๋าจากพื้นที่ภายในสนามบิน ออกมายังพื้นที่ที่จัดไว้ภายในบริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 1 เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถติดต่อ และเดินทางมารับได้

โดยบริษัทจะประกาศข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ของการบินไทยว่ามีเที่ยวบินใด และกระเป๋าของเที่ยวบินใดสามารถมารับได้แล้ว ส่วนกระเป๋าที่ผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางมารับด้วยตนเอง จะดำเนินการจัดส่งให้ตามข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ สำหรับการชดเชยเยียวยาผู้โดยสารจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ได้ตั้งจุดบริการชดเชยและเยียวยาผู้โดยสาร ทั้งภายใน และภายนอกอาคารผู้โดยสารแล้ว
นายชาย กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการจัดส่งเข้ามาช่วยดำเนินการแล้ว 3 ราย ประกอบด้วย ผู้ให้บริการในปัจจุบัน และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ในการจัดพื้นที่ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนกำลังพลจากกองทัพอากาศ และกระทรวงกลาโหม ตลอดจนพนักงานจากสำนักงานใหญ่การบินไทยฯ เข้ามาช่วยปฏิบัติงานบริเวณหน้างาน เพื่อช่วยเร่งเคลียร์กระเป๋าที่ตกค้าง คาดว่าวันที่ 29 ก.ย. 2569 จะสามารถเพิ่มจำนวนกระเป๋าที่จัดส่งคืนออกไปได้มากขึ้น

นายชาย กล่าวอีกว่า การบินไทยจะพยายามแยกกระเป๋าที่ตกค้างเดิมออกจากกระเป๋าของเที่ยวบินใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดการสะสม และปะปนกัน โดยผู้โดยสารของเที่ยวบินใหม่จะพยายามให้สามารถรับกระเป๋าได้ทันที เมื่อเที่ยวบินมาถึง โดยจะดำเนินงานเร่งเคลียร์กระเป๋าที่ตกค้างเดิมควบคู่กันไป อย่างไรก็ตามการบินไทย ตั้งเป้าหมายประมาณ 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน ในการส่งคืนกระเป๋าสัมภาระที่ตกค้างให้แล้วเสร็จ ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาการบินไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามร่วมมือกันแก้ไขปัญหาหน้างาน เพื่อให้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากพนักงานละทิ้งหน้าที่ หรือมีเจตนาไม่มาทำงาน เป็นความจำเป็นส่วนตัวได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ให้มีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทยโดยด่วน นายชาย กล่าวว่า ได้มีการรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวให้บอร์ดการบินไทย ทราบเป็นระยะ ซึ่งเรื่องนี้ปัญหาหลักอยู่ที่หน้างาน และการปฏิบัติจริง ไม่ใช่อยู่ที่นโยบายบอร์ด ซึ่งบอร์ดพร้อมสนับสนุนเรื่องงบประมาณ และบุคลากรอยู่แล้ว.



