เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีคำร้องบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ว่า ตนแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตว่าไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดที่สามารถโยงไปยังข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ แม้เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าแนวปฏิบัติที่มีการเก็บบัตรไว้แยกส่วนกันทำให้การเลือกตั้งเป็นโดยลับในทางปฏิบัติ แต่มีคำถามสำคัญว่าหากมีเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ได้ปรากฏอยู่หน้าข่าว แต่ทำงานเป็นเบื้องหลังและนำไปประกอบข้อมูลกัน มีความเป็นไปได้ว่าสุดท้ายอาจจะมีผู้ที่ไม่หวังดีรู้ล่วงหน้าหรือรับรู้ได้ว่าใครโหวตอะไรหรือลงคะแนนอย่างไร

“คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ที่ออกมา อาจจะดูย้อนแย้ง ด้วยส่วนหนึ่งบอกว่าลับในทางปฏิบัติ แต่ก็ไม่อยากให้มีอีกในอนาคตลักษณะนี้ เพราะฉะนั้น มองว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องปรับปรุงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับพรรคประชาชนมองว่าการตัดปัญหาที่ต้นตอ คือการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ เช่น กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญที่ออกคำวินิจฉัยเช่นนี้ สุดท้ายเตรียมที่จะผลักดันให้องค์กรอิสระต่างๆ ทั้งที่มาและที่ไปมีความยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น

เมื่อถามว่ามีคำถามว่าด้วยคำวินิจฉัยบอกว่าลับแบบมีเงื่อนไข นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คำว่าลับ-ไม่ลับ สามารถพิสูจน์ได้ในเชิงการให้เหตุและผล ซึ่งเทคนิคและวิธีที่จะทำให้บัตรเลือกตั้งมีความปลอดภัยส่งถึงหน่วยเลือกตั้งได้ไม่มีการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์รูปแบบลายน้ำที่มองไม่เห็น หรือการใช้คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ย่อมสามารถทำได้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาที่ผ่านมา บาร์โค้ดเป็นโค้ดที่สามารถระบุได้ถึงรายบัตรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งนี่เป็นประเด็นที่มีปัญหา และเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนยืนในหลักการเดิมและไม่เห็นด้วยต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ.