ถือเป็นการปิดฉากไปอีกหนึ่งแบรนด์ของซูเปอร์มาร์เก็ตยอดฮิตในไทย เพราะวันนี้ 30 กันยายน จะเป็นวันสุดท้ายที่ร้าน MaxValu ให้บริการภายใต้ชื่อเดิมในประเทศไทย ก่อนที่สาขาของ MaxValu ทั้งหมด 30 สาขา จะถูกเปลี่ยนโฉมและเข้าสู่แบรนด์ Tops ภายใต้การบริหารของ Central Food Retail ในเครือ Central Retail Corporation หรือ CRC 

ย้อนรอยประวัติ “แม็กแวลู่” ในประเทศไทย

รู้กันหรือไม่ว่า…กว่าจะมาถึงวันนี้ MaxValu ก็อยู่ในตลาดไทยมานานเกือบ 2 ทศวรรษ ซึ่งต้องย้อนกลับไปถึง AEON บริษัทค้าปลีกจากญี่ปุ่นที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2527 เปิดซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นยุคแรกๆด้วยชื่อ “จัสโก้” (JUSCO)

จากนั้นในปี2550 ถูกปรับเปลี่ยนชื่อห้างและซูเปอร์มาร์เก็ตจาก “JUSCO” มาเป็น “MaxValu” ในปี 2550 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ AEON ในระดับโลก โดยเน้นย้ำจุดเด่นเรื่อง “สินค้าคุณภาพดีที่สุดในราคาที่คุ้มค่าที่สุด”

กระทั่ง เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เส้นทางของแบรนด์มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ โดย Central Food Retail (CFR) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CRC ได้ลงนามซื้อหุ้นทั้งหมดของ AEON (Thailand) ผู้ดำเนินธุรกิจ MaxValu ในไทย โดยเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน AEON (Thailand) 890,000,000 บาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ 100 บาทต่อหุ้น โดยใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดภายในของบริษัท ซึ่งดีลนี้ครอบคลุมทั้งร้าน MaxValu และ MaxValu Tanjai รวม 30 สาขา พร้อมฐานลูกค้ามากกว่า 900,000 ราย รวมถึงสินทรัพย์และศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทานทั้งหมด 

นั่นหมายความว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้เป็นต้นไป ชื่อ MaxValu จะไม่ได้ทำธุรกิจภายใต้ชื่อเดิมอีกต่อไป ขณะที่สาขาต่าง ๆ จะทยอยเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านเป็นแบรนด์ Tops โดยจะเริ่มทยอยเปิดร้านในรูปแบบใหม่ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

แต่สิ่งที่น่าสนใจของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “MaxValu ปิดตัว” แต่คือ การเปลี่ยนมือของธุรกิจค้าปลีก เพราะสิ่งที่ Central Retail ได้มาไม่ใช่เพียงป้ายร้าน 30 แห่ง แต่รวมถึง ทำเล ฐานลูกค้า ทรัพย์สิน ระบบการดำเนินงาน และศักยภาพด้านอาหารพร้อมรับประทาน