เหง้าใต้ดินภายในสีเหลือง ลำต้นเหนือดินสูงประมาณ 50 ซม. ทั้งต้นมีกลิ่นคล้ายมะนาว ใบรูปรีแกมขอบขนาน สีเขียว เป็นมัน ท้องใบสีเทาหม่น ช่อดอก เกิดจากเหง้า ช่อตั้งตรง ใบประดับอ่อนสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง กลีบดอกและกลีบปาก สีขาว บอบบาง
ขิง มีสรรพคุณทางยา พร้อมด้วยประโยชน์มากมาย อาทิ ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ผู้ที่มีอาการคลื่นไส้อยู่บ่อยๆ หากรับประทานน้ำขิงที่อุดมไปด้วยสารจินเจอรอล (Gingerol) และโชกาออล (Shogaol) ที่ช่วยบรรเทา และต่อต้านอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้เป็นอย่างดี ช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนเพราะสารจินเจอรอล และโชกาออล ที่มีอยู่ในขิง มีประโยชน์มากมายต่อผู้หญิง นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้แล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการปวดได้อีกด้วย โดยอาการปวดดังกล่าวนั้นรวมไปถึงอาการปวดประจำเดือน2 นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเผยว่าการดื่มน้ำชาขิง ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ดีกว่าการดื่มชาสมุนไพรอื่นๆ อีกด้วย
อีกหนึ่งประโยชน์ดีๆ คือสรรพคุณช่วยขับลม และแก๊สภายในร่างกาย แก้ท้องอืดได้เป็นอย่างดี การรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของขิง หรือจิบน้ำขิง ทำให้ร่างกายได้รับน้ำมันหอมระเหย สารสะกัดอะซีโตน จินเจอรอล และโชกาออล ที่มีส่วนช่วยในการขับลม แก้ท้องอืด3 ขิงมีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ขิงมีประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันไข้หวัดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ฤทธิ์ร้อนของขิงยังมีสรรพคุณช่วยป้องกันไข้หวัดได้อีกด้วย ช่วยชะลอความแก่ บรรเทาอาการท้องร่วง ท้องเสีย ช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ จากการศึกษาพบว่าสารสกัดที่ได้จากขิงสด ช่วยเพิ่มเซโรโทนินในสมอง โดยสารเซโรโทนินนี้เอง สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวดไมเกรนที่จ่ายยาโดยแพทย์6
การกินขิง ไม่ว่าจะเป็นการกินขิงสด ดื่มน้ำขิง มีประโยชน์ในการต้านเชื้อไวรัสต่างๆ ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขิง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสารต้านการอักเสบ อีกทั้งยังลดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้อีกด้วย7 สารจินเจอรอล และโชกาออล ที่มีอยู่ในขิง ช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อมได้เป็นอย่างดี ทำให้ในหมู่นักกีฬา และคนวัยชราที่มีความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้อื่น นิยมกินขิง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปประกอบอาหาร นำมาจิบ หรือแม้กระทั่งกินผ่านอาหารเสริม . ควบคุมน้ำหนัก ต้านเบาหวาน ขิง มีสรรพคุณช่วยปรับปรุงระดับไขมันในเลือดได้ ทำให้สามารถป้องกันเบาหวาน หรือคนที่เป็นเบาหวานประเภทที่สองก็สามารถกินขิงในมื้ออาหารได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น10 นอกจากนี้ในกลุ่มคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เพราะมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ
แม้ขิงจะเป็นสมุนไพรมากสรรพคุณ แต่ในคนบางกลุ่มก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการกินขิง เช่นในกลุ่มสตรีมีครรภ์ที่อยากกินขิงเพื่อบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนจากอาการแพ้ท้อง ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ขิงยังมีส่วนช่วยในการยับยั้งการแข็งตัวของเลือด หากใครที่กำลังบริโภคยาสลายลิ่มเลือดอยู่ ควรหลีกเลี่ยงการกินขิงไปก่อน เพราะอาจเกิดอาการห้อเลือดและเลือดออกได้ง่าย และการกินขิงที่มากเกินไปยังทำให้เกิดแผลในปาก จึงควรกินขิงในปริมาณที่เหมาะสม.



