สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมาตรฐานทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากภัยแล้งที่เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อด้านอาหาร โดยความเสี่ยงนี้กระจุกตัวอยู่ในประเทศเศรษฐกิจอย่างฟิลิปปินส์และไทย ซึ่งมีสัดส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคด้านอาหารสูงที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
นอกจากนั้น อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นสอดคล้องกับต้นทุนอาหารที่เพิ่มขึ้น เมื่อเอลนีโญถึงจุดสูงสุดครั้งล่าสุดในปี 2566-2567 ตามการวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก
คำเตือนนี้มีขึ้นในขณะที่ศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศของสหรัฐคาดการณ์ว่า มีโอกาส 75% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญในปัจจุบันจะกลายเป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งทำลายสถิติย้อนหลังไปถึงปี 2493
พันธบัตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญแรงกดดันจาก 2 ปัจจัยระดับโลกอยู่แล้ว ได้แก่ ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐที่สูงขึ้น ซึ่งดึงดูดเงินทุนไปยังสหรัฐ และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผลักดันต้นทุนในท้องถิ่นให้สูงขึ้น ขณะที่เอลนีโญเป็นเหมือนการโจมตีครั้งที่ 3 ที่คุกคามที่จะผลักดันอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นไปอีก
ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของฟิลิปปินส์พุ่งขึ้น 71 จุดพื้นฐานในไตรมาสก่อนหน้าเป็น 7.62% ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2561 ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของไทยกำลังขยับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยการพิจารณาจุดสูงสุดของเอลนีโญครั้งล่าสุด เน้นให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทน
El Nino to compound drag on South-east Asian debt, analysts say https://t.co/NDTcWyZRmN
— The Straits Times (@straits_times) October 1, 2026
ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2566-มิ.ย. 2567 ดัชนีราคาข้าวในเอเชียทรงตัวอยู่ระหว่างเปอร์เซ็นไทล์ที่ 88 ถึง 100 ของราคาข้าวรายเดือนในรอบ 5 ปี โดยช่วงเวลานี้ตรงกับช่วงที่ผลผลิตข้าวระยะสั้นเพิ่มสูงขึ้น ในตลาดที่มีความอ่อนไหวต่ออาหารมากที่สุดของภูมิภาค
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีของไทยเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85 ถึง 100 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีของฟิลิปปินส์ซื้อขายอยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 75 ถึง 97
ไมเคิล แลงแฮม นักเศรษฐศาสตร์ด้านตลาดเกิดใหม่ จากอเบอร์ดีน อินเวสต์เมนต์ กล่าวว่า ตลาดอาจกำลังประเมินโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมต่ำเกินไป รวมถึงในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อพันธบัตรที่ออกในสกุลเงินท้องถิ่น
อย่างไรก็ดี หน่วยงานกำหนดนโยบายต่างเริ่มตระหนักถึงประเด็นนี้ โดยธนาคารกลางฟิลิปปินส์ได้ส่งสัญญาณว่าพร้อมจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในช่วงปลายเดือน ส.ค. เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านราคา ขณะที่เจ้าหน้าที่ของไทยระบุในช่วงต้นเดือน ก.ย. ว่า เอลนีโญจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันอัตราเงินเฟ้อ ในช่วงปลายปีนี้
ด้านทองไก คูโนรูบเว ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ ของที. โรวี ปริ๊นซ์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือเงินเฟ้อจากราคาอาหารหรือค่าไฟฟ้า จะยืดเยื้อจนถึงขั้นเปลี่ยนแปลงทิศทางของอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ ขณะที่การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยอาจต่ำเกินไป หากภาวะราคาอาหารหรือค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันยืดเยื้อ หรือลุกลามเป็นวงกว้างกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



