ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ละลายหายไปเกือบ 1 ใน 5 ภายในเวลาเพียง 5 ปี จนภูมิประเทศในเทือกเขาแอลป์กำลังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่ที่เคยปกคลุมธารน้ำแข็งสีขาวขนาดใหญ่ บางแห่งวันนี้เหลือเพียงพื้นหินโล่งและก้อนน้ำแข็งเก่าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นหินจนมีลักษณะคล้ายภูมิประเทศบนดวงจันทร์

เดอะการ์เดียน สหราชอาณาจักร เผยรายงานติดตามธารน้ำแข็งประจำปี ที่ระบุว่า ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์มีปริมาตรน้ำแข็งลดลง 5.5% หลังฤดูร้อนที่เผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง ขณะที่ฤดูหนาวก่อนหน้านั้นมีหิมะตกน้อย ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2021 ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ละลายหายไปรวมกว่า 19.4% ใกล้เคียงกับสถิติสูงสุดที่เกิดขึ้นในปี 2022

‘มัทธีอัส ฮุส’ นักธารน้ำแข็งวิทยาจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส ซูริก (ETH Zürich) และหัวหน้าทีมจัดทำรายงาน กล่าวว่า หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าธารน้ำแข็งกำลังลดลงเร็วเพียงใด เพราะพื้นที่บางแห่งที่วันนี้กลายเป็นพื้นหินโล่ง เคยมีน้ำแข็งปกคลุมหนาหลายร้อยเมตรเมื่อคนรุ่นก่อนยังมีชีวิตอยู่

ฮุสเล่าว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้ลงสำรวจธารน้ำแข็งขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันแทบไม่เหลือสภาพเดิม พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นหินโล่งคล้ายภูมิประเทศบนดวงจันทร์ ทั้งที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนยังมีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่ วันนี้เหลือเพียงก้อนน้ำแข็งเก่าบางส่วนที่กระจายอยู่ตามพื้นและกำลังละลายบนหินที่ร้อนจัด

น้ำแข็งบางลง 2.5-4 เมตร

รายงานจากเครือข่ายติดตามธารน้ำแข็งสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกับคณะกรรมาธิการสวิสด้านการสังเกตการณ์ธรณีภาคเยือกแข็ง ระบุว่า ปี 2026 ธารน้ำแข็งแต่ละแห่งมีความหนาเฉลี่ยลดลงระหว่าง 2.5 เมตรถึง 4 เมตร

นักวิทยาศาสตร์ยังพบอีกว่าธารน้ำแข็งบางแห่งกำลังพังจากข้างในมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็งและค่อยๆ กัดเซาะเนื้อน้ำแข็งจนเกิดโพรงขนาดใหญ่ เมื่อส่วนบนของโพรงรับน้ำหนักไม่ไหวและพังลงมา น้ำแข็งก็จะแตกออกและทำให้ธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น

ฮุสอธิบายว่า ภายในธารน้ำแข็งมีโพรงขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลายจุด ลักษณะคล้ายก้อนชีสที่มีรูพรุน เมื่อส่วนที่อยู่ด้านบนของโพรงพังลงมา กระบวนการดังกล่าวจะทำให้ธารน้ำแข็งแตกออกเป็นส่วนๆ และเร่งให้น้ำแข็งละลายได้เร็วขึ้น

แอลป์ร้อน-แห้งทุบสถิติ

ข้อมูลจากเมทีโอสวิส (MeteoSwiss) ระบุว่า ช่วงครึ่งปีฤดูร้อนระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน 2026 เป็นช่วงที่อากาศร้อนและแห้งที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1864

ยุโรปกำลังร้อนขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 2 เท่า การปล่อยก๊าซจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการทำลายธรรมชาติเป็นปัจจัยที่ทำให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น โดยเทือกเขาแอลป์เป็นพื้นที่ที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง

ในช่วงเวลาที่มีการบันทึกข้อมูล สภาพอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มนุษย์ได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศประมาณ 1.8 ล้านล้านตัน และทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นราว 1.4 องศาเซลเซียส

แม้ฤดูร้อนปี 2026 จะร้อนกว่าปี 2022 แต่การสูญเสียน้ำแข็งของธารน้ำแข็งยังต่ำกว่าสถิติในปีนั้นเล็กน้อย นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปีนี้มีฝุ่นจากทะเลทรายซาฮาราตกลงบนหิมะน้อยกว่าเดิม หิมะจึงสะท้อนแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ช่วงปลายฤดูหนาวยังมีหิมะปกคลุมมากกว่าเล็กน้อย และในฤดูร้อนมีแสงแดดมากขึ้น

กรีสเหลือน้ำแข็ง 1%

ฮุสเดินทางไปสำรวจพลัททัลวาเฟียร์น หรือธารน้ำแข็งกรีส (Plattalvafirn หรือ Griess glacier) ในเดือนกันยายน พื้นที่แห่งนี้เคยมีธารน้ำแข็งปกคลุมแนวลาดเขา ก่อนจะสูญเสียพื้นที่ไปถึง 99% ภายในเวลาเพียง 20 ปี

ธารน้ำแข็งแห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ที่มีการติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งของโลกตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 และฮุสเคยนำข้อมูลจากพื้นที่ดังกล่าวมาใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก

ฮุสกล่าวว่า สิ่งที่แตกต่างจากในอดีตคือ เมื่อช่วงที่เขาเริ่มศึกษาข้อมูล อัตราการละลายของธารน้ำแข็งยังอยู่ในระดับที่ถือว่าปกติ แต่ปัจจุบันกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนธารน้ำแข็งหลายแห่งกำลังแตกและพังลงไปเรื่อยๆ