เมื่อวันที่ 2 ต.ค. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผบก.น.8, นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผอ.ส่วนปราบปราม กรมสรรพสามิต, พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สส.บช.น., สน.บุคคโล และ สน.สำเหร่ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมโกดังเก็บบุหรี่ไฟฟ้า 2 จุด ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี จับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย พร้อมของกลางรวมกว่า 3 แสนชิ้น มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท
จุดที่ 1 ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 28 (เขตธนบุรี) ตึกแถวสูง 3 ชั้น ดัดแปลงเป็นโกดังเก็บและกระจายสินค้า พบผู้ต้องหา 7 ราย กำลังแพ็กสินค้าส่งขายออนไลน์ ตรวจค้นพบของกลางบุหรี่ไฟฟ้าเต็มทั้ง 3 ชั้น ชั้นแรกประมาณ 17,500 กล่อง (1.7 แสนชิ้น), ชั้นสอง 15,000 กล่อง และชั้นสาม 5,000 กล่อง รวมกว่า 3 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท, จุดที่ 2 แขวงบางลำภูล่าง (เขตคลองสาน) ตึกแถว 3 ชั้น ขยายผลเข้าตรวจค้น ไม่พบผู้ต้องหา แต่ตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าของกลางได้อีกจำนวนหนึ่ง
พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. เผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยชุดสืบสวนได้ทำการล่อซื้อจนทราบว่าโกดังแห่งนี้ใช้เป็นจุดพักและกระจายสินค้าทางออนไลน์ ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย เป็นเพียงลูกจ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลติดตามจับกุมนายจ้างผู้อยู่เบื้องหลัง

ด้าน นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผอ.ส่วนปราบปราม กรมสรรพสามิต ระบุว่า สินค้าแยกเป็น 2 ส่วน คือ บุหรี่ไฟฟ้าทั่วไป ผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และบุหรี่ประเภทไอคอสเทียร่า ซึ่งต้องเสียภาษีสรรพสามิต 62.50 บาท/คอตตอน (คอตตอนละ 620.50 บาท) โดยส่วนใหญ่ลักลอบนำเข้าผ่านระบบขนส่ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ตามมาตรา 203 และ 204 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ในข้อหา มีไว้ในครอบครองและมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้ามิได้เสียภาษี ส่งตัวดำเนินคดีที่ สน.บุคคโล พร้อมส่งมอบของกลางให้กรมสรรพสามิตทำลายต่อไป



