เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ขอให้ช่วยตรวจสอบความเป็นอยู่ของสองตายายในพื้นที่ อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร หลังประสบปัญหาความยากลำบาก ไม่มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และบางช่วงถึงขั้นไม่มีข้าวสารประกอบอาหาร ต้องอาศัยข้าววัดประทังชีวิต
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 229 หมู่ 9 ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย พบ นางไกรแก้ว พันนะ อายุ 57 ปี พักอาศัยอยู่ภายในเพิงพักขนาดเล็กกับ นายคะนึง พันนะ อายุ 72 ปี สภาพที่พักค่อนข้างทรุดโทรม โครงสร้างส่วนใหญ่ทำจากไม้ยูคาลิปตัส หลังคาและผนังบางส่วนมุงด้วยสังกะสี ขณะที่บางจุดใช้ผ้าใบกั้นเป็นฝาผนัง และไม่มีพื้นคอนกรีต ทำให้ทั้งสองใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะช่วงฝนตกที่มักมีน้ำรั่วจากหลังคา อีกทั้งยังต้องระมัดระวังสัตว์มีพิษที่อาจเข้ามาภายในที่พัก


นางไกรแก้ว เปิดเผยว่า ครอบครัวมีรายได้หลักจากสวัสดิการของรัฐ โดยได้รับเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 300 บาท และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุประมาณ 700 บาทต่อเดือน รวมแล้วราว 1,000 บาท ซึ่งต้องนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ทำให้ไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิต

ส่วนลูกสาว 1 คน เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันไม่มีงานทำ จึงไม่สามารถส่งเงินกลับมาช่วยเหลือครอบครัวได้ ทำให้สองตายายต้องพยายามประคับประคองชีวิตด้วยรายได้ที่มีอยู่อย่างจำกัด และบางวันที่ไม่มีข้าวสารก็ต้องอาศัยข้าวจากวัดเพื่อประทังชีวิต

ขณะเดียวกัน นายคะนึง ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ยังมีอาการป่วยจากโรคเส้นเลือดสมองตีบ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย พบว่ายังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล และอยู่ระหว่างการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใส่ท่อช่วยหายใจตามการรักษาของแพทย์
ทั้งนี้ สองตายาย วอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีจิตศรัทธา โดยสิ่งที่ต้องการในเบื้องต้น ได้แก่ ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่ครอบครัวขาดรายได้.



