ที่ บ้านสวนรุสนานี ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา พรรคประชาชาติ จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ “ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม พ.ศ. …” เพื่อยกระดับสิทธิ สวัสดิการ และสร้างความเป็นธรรมให้แก่กลุ่มไรเดอร์ รวมถึงแรงงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลทุกประเภท นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ นายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ตลอดจนแกนนำพรรค พร้อมด้วยนายอนุกูล ราชกุณา ตัวแทนสหภาพไรเดอร์ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ใน อ.หาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมสะท้อนปัญหาอย่างกว้างขวาง
ทั้งนี้ ตัวแทนไรเดอร์ได้สะท้อนถึงสภาพการทำงานจริงที่ไร้อำนาจต่อรอง การถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนแพลตฟอร์มข้ามชาติ โดยเฉพาะระบบประเมินผลและการควบคุมงานผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ตัวแทนไรเดอร์รายหนึ่งเปิดเผยว่า การควบคุมงานของแพลตฟอร์มสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อพนักงานระดับล่าง นอกจากนี้กลุ่มไรเดอร์ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างหลักประกันทางสังคมว่า ตนได้รับเงินบำนาญชราภาพจากกองทุนประกันสังคมมาแล้ว 4 ปี เดือนละกว่า 4,000 บาท ซึ่งประกันสังคมจ่ายตรงเวลาทุกเดือน จึงมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่แรงงานนอกระบบและแรงงานแพลตฟอร์มจะต้องมีหลักประกันดังกล่าวรองรับยามเกษียณหรือออกจากงาน
ในมิติของระบบอัลกอริทึม ไรเดอร์รายหนึ่งระบุถึงความไม่เป็นธรรมของการตัดแต้มและการปิดกั้นการรับงานโดยไม่มีระบบตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า “อย่างแกร็บเนี่ย ลูกค้าจะให้ 5 คะแนน ถ้าลูกค้าให้ไรเดอร์ 4 คะแนน มีผลต่อการรับงานทันที ถามว่าความเป็นจริงเนี่ยมันคืออะไร ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน”
ไรเดอร์รายเดิมยังระบุอีกว่า ทุนข้ามชาติเปิดรับสมัครคนขับใหม่อย่างไม่จำกัดจนล้นตลาด ขณะที่งานเท่าเดิม ทำให้คนเก่าอยู่ไม่ได้
ทั้งนี้ กลุ่มไรเดอร์ได้ตั้งข้อสังเกตเชิงนโยบายว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้เข้ามาดูดซับรายได้มหาศาลออกจากระบบเศรษฐกิจไทย แต่เมื่อแรงงานมีข้อพิพาทหรือนัดหยุดงานประท้วง แพลตฟอร์มกลับเพิกเฉย ไม่ให้ความสำคัญ รัฐบาลจึงควรมีความจริงใจในการพัฒนาแพลตฟอร์มของรัฐหรือของคนไทยขึ้นมาเอง เพื่อไม่ให้เงินรั่วไหลออกนอกประเทศ และหยุดยั้งการถูกขูดรีดจากทุนต่างชาติ
พ.ต.อ.ทวีกล่าวต่อที่ประชุมว่า ข้อมูลและเสียงสะท้อนจากไรเดอร์หาดใหญ่เป็นภาพสะท้อนเชิงประจักษ์ถึงความล้มเหลวของโครงสร้างกฎหมายแรงงานในปัจจุบัน ที่ปล่อยให้กลุ่มทุนเทคโนโลยีเข้ามาครอบงำและผลักภาระความเสี่ยงทั้งหมดไปให้คนทำงาน โดยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ เทคโนโลยีพวกนี้ แพลตฟอร์มเป็นผู้ที่ครอบงำ เอาใจแต่นายทุน นายทุนหรือเจ้าของบริษัทไม่ต้องรับผิด ให้พวกเรารับผิดอย่างเดียว อัลกอริทึมไร้ความโปร่งใส ไร้ความปรานี สุดท้ายพวกเราก็มารับผลกระทบ เวลาเกิดอุบัติเหตุรถชน ต้องไปต่อสู้คดีเองจนชนะ สิ่งเหล่านี้ต้องถูกบรรจุไว้ในกฎหมายเพื่อปกป้องพวกเขา
โดยแก่นแท้ของปัญหาการจ้างงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในประเทศไทย เข้าข่าย “การจ้างงานเทียม” ที่ตัดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง โดยแรงงานแพลตฟอร์ม ถ้าไม่มีกฎหมาย เราก็คล้าย ๆ ว่าจ้างงานเทียม จะขาดสิทธิขั้นต่ำ ขาดประกันสังคม ขาดสิทธิการรวมตัวและต่อรอง ไม่มีเลย กฎหมายบอกให้เรามาเป็นลูกจ้าง แต่ถ้าพูดในภาษาอดีตคือบังคับให้มาเป็นทาส แต่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ เราเขียนไว้เลยว่า เราจะต้องมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในแพลตฟอร์มนี้
กฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มที่จะผลักดันมีหัวใจสำคัญ 5 ประการ การรับรองสถานะทางกฎหมาย : มีกฎหมายคุ้มครองและนิยามสถานะที่ชัดเจน ไม่ถูกลอยแพ มาตรฐานสัญญาที่เป็นธรรม : กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำในการจ้างงาน ยกเลิกเงื่อนไขที่เอารัดเอาเปรียบ หลักประกันทางสังคม : สร้างระบบคุ้มครองความเสี่ยง ทั้งอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย และสิทธิประโยชน์ระยะยาว สิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง : รับรองสิทธิตามอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ในการนัดหยุดงาน ประท้วง และรวมตัวเป็นสหภาพ เพราะตลอด 15 ปีของประวัติศาสตร์แรงงานแพลตฟอร์มทั่วโลก สิทธิไม่เคยได้มาฟรีๆ แต่เกิดจากการลุกขึ้นสู้ การคุ้มครองข้อมูลและควบคุมอัลกอริทึม: สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล และการจัดการกับระบบอัลกอริทึมที่ไม่โปร่งใส
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังกล่าวเชื่อมโยงถึงความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างของประเทศว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงสุดในเรื่องระบบขนส่ง รัฐบาลมุ่งทุ่มงบประมาณสร้างถนนให้คนมีรถยนต์ส่วนบุคคล แต่กลับละเลยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่เท่าเทียม ส่งผลให้ประชาชนในต่างจังหวัดและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางอย่างยากลำบาก ขณะที่ไรเดอร์ต้องลงทุนซื้อรถจักรยานยนต์เองคันละหลายหมื่นถึงเกือบแสนบาท ต้องแบกรับค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา และเผชิญความสูญเสียจากอุบัติเหตุ แต่สังคมกลับมองเพียงแค่ตัวเลขรายได้
กฎหมายฉบับนี้ ถ้าไม่มีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ คนไม่ทำหรอก ทางพรรคมีเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ปัญหาที่สะท้อนมาวันนี้ มาตราไหนที่ยังไม่ยืดหยุ่น ยังไม่ตอบโจทย์ เราจะนำกลับไปปรับปรุงแก้ไข และจะมีการสื่อสารผ่านการไลฟ์สดเพื่อรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
ทางด้าน นายวรวีร์กล่าวสนับสนุนการรวมพลังของกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม โดยเปรียบเทียบกับหลักการทำงานเป็นทีมในวงการกีฬาว่า แรงงานเดี่ยวๆ ไม่มีอำนาจต่อรองกับกลุ่มทุนข้ามชาติที่มีความเหนือกว่าทั้งด้านเทคโนโลยีและทุน ถ้าเรารวมตัวกัน เรามีตัวตนเป็นทีมเวิร์ก พลังจะเกิดขึ้นมา ต้นไผ่ลำเดียวมันไม่ค่อยมีพลัง แต่ถ้าเรารวมกันมากๆ มันจะไม่ล้มง่ายๆ วันนี้ธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาบ้านเรา ถ้ากระบวนการทางกฎหมายควบคุมไม่ดี ไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติงาน ปล่อยให้คนต่างชาติที่คิดเก่งกว่ามาเอาเปรียบพวกเรา มันยอมไม่ได้ พรรคประชาชาติต้องการช่วยเหลือคนยากคนจน คนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ขอให้พวกเรารวมตัวกันไว้เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง
การเปิดเวทีรับฟังความเห็นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดัน “ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม” เข้าสู่การพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อรื้อถอนโครงสร้างเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์มที่ไร้การกำกับดูแล และทวงคืนความเป็นธรรมให้กับแรงงานอิสระนับแสนรายทั่วประเทศ



