เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ จ.ปราจีนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลสนามค่ายจักรพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี เดินเยี่ยมประชาชนที่ศูนย์พักพิงสำนักงานขนส่งใหม่ปราจีนบุรี โดยให้กำลังใจผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และประชาชนจิตอาสา โดยได้เข้าไปในโรงครัว พร้อมจับตะหลิวแต่ไม่ได้ผัดอาหาร โดยแม่ครัวถามนายกฯ ว่า “นายกฯ ทอดไหมคะ” นายกฯ ตอบกลับว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวโดนว่าอีก” พร้อมชมว่า “น่ากินมากเลย สีแบบนี้ดี แปลว่าตั้งใจทอด” และกำชับให้อาหารการกินมีความพร้อม

นอกจากนี้นายกฯ ยังได้ถามแม่ครัวอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งแม่ครัวบอกว่า อาหารทั้งหมดที่ทำจะนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดือดร้อน โดยรอบเย็นจะทำอาหารช่วงเวลา 17.00 น. ส่วนรอบเช้าจะเริ่มทำอาหารตอนเวลา 03.00 น. ซึ่งนายกฯ ได้อุทานว่า “โอ้โห” ก่อนยกมือไหว้ พร้อมอวยพรขอให้เจริญๆ 

โดยช่วงหนึ่งนายกฯ ได้ยืนยันกับผู้ประสบภัยว่า จะมีงบประมาณมาช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมแน่นอน ขอให้ไว้วางใจ ไม่ต้องกังวล นอกจากนี้มีประชาชนได้สะท้อนว่าหลังจากน้ำลดแล้ว ขอให้นายกฯ ดูแลจังหวัดปราจีนบุรีเป็นพิเศษด้วย นายกฯ ได้ตอบกลับว่า แน่นอน ดูแลอยู่แล้ว 

ต่อมานายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังลงพื้นที่ ว่า จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยหนักมากที่สุดในช่วงเวลานี้ ถึงขนาดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดต้องปิดตัว ต้องย้ายผู้ป่วยทั้งหมดไปยังสถานพยาบาลอื่น ๆ สำหรับการจัดตั้งศูนย์อพยพ จังหวัดได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากนายก อบจ.ปราจีนบุรี ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ความพร้อมของศูนย์พักพิงทำให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่อาหารการกินได้รับความร่วมมือจาก อบจ. อาสาสมัครทุกหน่วย จนโรงครัวมีขนาดใหญ่ สามารถประกอบอาหารให้ศูนย์พักพิงและนำออกไปแจกจ่ายยังศูนย์พักพิงอื่น ๆ ได้อีกด้วย ตนจึงขอขอบคุณนายก อบจ. ทีมจังหวัดปราจีนบุรีด้วย 

นายกฯ กล่าวต่อว่า การได้มาลงพื้นที่ทำให้ได้เห็นสภาพว่านอกจากอุทกภัยที่หนักแล้ว ยังต้องมีการสนับสนุนจากภายนอก โดยเฉพาะเรื่องการขยายกรอบงบประมาณทดรองราชการฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ และต้องชื่นชมว่าจังหวัดได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งแล้ว เมื่อเกิดเหตุสามารถระดมทรัพยากรได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ 

“ยังไงก็ไม่เหมือนอยู่บ้าน แต่ว่าเราพยายามที่จะจัดสิ่งของที่เป็นอุปกรณ์ เครื่องอุปโภค บริโภค ให้เขารู้สึกมีความสะดวกมากที่สุด” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่าโรงพยาบาลสนามที่มีการรายงานว่าอาจขาดอุปกรณ์บางอย่างนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า หากเข้ามาในสภาวะฉุกเฉินแบบนี้ ไม่ได้เรียกว่าขาด เพียงแต่ว่าหากอยู่ไประยะหนึ่ง ก็อยากให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้ป่วย เวชภัณฑ์มีความพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งการตั้งโรงพยาบาลสนาม กระทรวงสาธารณสุขมีแผนการรับมือตั้งแต่สมัยโรคโควิด-19 แล้ว จะเห็นได้ว่าหากเป็นการรักษาผู้ป่วยนั้น ไม่มีการขาดอะไรที่เป็นนัยสำคัญเพียงแต่จะทำอย่างไรให้สบายกว่านี้ 

เมื่อถามถึงการย้ายผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ประสบภัยในอำเภออื่นนั้น นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า ต้องทำทุกพื้นที่ ต้องเตรียมการ นายกอบจ.เตรียมการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางก่อน ซึ่งจังหวัดมีหอประชุม มีศาลากลาง ต้องหาที่ที่อยู่แล้วสะดวก อากาศถ่ายเท บางพื้นที่อย่างวัด หรือโรงเรียน ก็ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้รองรับการพักพิงจำนวนมาก จึงต้องมีการจัดพื้นที่ให้เหมาะสมมากที่สุด

เมื่อถามอีกว่าประชาชนอยากรู้ว่าทำไม จ.ปราจีนบุรี ถึงระบายน้ำช้ากว่าจังหวัดอื่น และเมื่อไหร่จะระบาย นายอนุทิน กล่าวว่า การระบายน้ำมันก็ต้องระบายทันทีที่ระบายได้ ระบายน้ำแล้วก็ต้องมั่นใจว่าระบายน้ำออกไปแล้วมันไม่กลับเข้ามาอีก ซึ่งตอนนี้เกิดสภาพน้ำรายล้อมอยู่ จึงยังไม่สามารถระบายน้ำจากพื้นที่ด้านในออกไปได้ เราถึงต้องมีแผนที่จะอพยพผู้คนออกมา แต่ขอให้ความมั่นใจว่าเวลาที่ระบายน้ำได้ จังหวัดมีความพร้อมที่จะเร่งระบายออกไป และอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีการเตรียมการไว้อยู่แล้ว

ซึ่งตอนนี้จังหวัดที่หนักก็คือจังหวัดปราจีนบุรี ที่หนักมากๆ เพราะท่วมอำเภอเมืองด้วย และจังหวัดในปริมณฑล ทั้ง จ.นนทบุรี และ จ.นครปฐม แต่หนักเป็นจุดๆ ซึ่งแต่ละจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้รับการสนับสนุนในทุกๆ ด้านที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

เมื่อถามถึงกรณีที่นายทองพิมพ์ ม่วงพรหม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.คู้ลำพัน อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกกระแสไฟฟ้าดูดตอนเข้าไปช่วยเด็กจมน้ำจนเสียชีวิตนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ต้องดูแลเขาอย่างเต็มที่เพราะมีกฎระเบียบที่เราจะต้องดูแลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็เสียสละชีวิต พอเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เราก็จะดูแลอย่างเต็มที่และมีเงินช่วยเหลือจากส่วนอื่นๆ อีกมากมายเข้ามาดูแลพวกเขา.