เพราะกำลังถูกจับตาว่ากำลัง “หลับตาข้างหนึ่ง” หรือว่า อาจเลยเถิดถึงขั้น “เลือกปฏิบัติ” ไม่จัดการกับบางเว็บพนันหรือเปล่า ของ สามี “สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย กำลังถูกขยายผลออกไปมากขึ้น และทำท่าว่าคดีจะเงียบลง
แม้ว่าพยายามทำตัวเงียบๆ ไม่ค่อยเป็นข่าวเท่าใดนัก แต่ “ลูกนก” กลายเป็นรัฐมนตรีที่ “เนื้อหอม” มีแรงดึงดูดทำให้ฝ่ายค้านต้องจองคิว เพื่อรอซักฟอก ทั้ง “ค่ายสีส้ม” และ “ค่ายสีฟ้า” จองกฐินเต็มพรืดไปหมดแล้ว เพราะดูจากคิวโหมโรงช่วงแรก แม้ว่าการซักฟอกคราวนี้ยืดเวลาออกไปจนถึงเดือน ธ.ค. แบบที่ฝ่ายค้านเสียรังวัดให้กับฝ่ายรัฐบาล อีกอย่างบรรยากาศ อารมณ์ กระแสที่เริ่มลดลง ไม่ชวนให้ติดตาม อีกทั้งการกำหนดตัวรัฐมนตรี ที่ขึ้นบัญชีเอาไว้มากถึง 18 คน ทำให้ทุกอย่างมัน “เฝือ” พลาดท่าตั้งแต่เริ่มเกมแล้ว
ฉะนั้นเกมซักฟอกรอบนี้เดือดสุดๆ ในสภาผู้แทนราษฎแน่นอน ต้องจับตา การอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ไชยชนก” ตกเป็นเป้าใหญ่ของฝ่ายค้านอย่างแน่นอน เพราะเสมือนอภิปรายไปถึง “เนวิน ชิดชอบ” ผู้เป็นบิดา ซึ่งถ้าดูข้อหาในญัตติของพรรคฝ่ายค้าน ระบุถึงพฤติกรรม 9 ข้อ ซึ่งมีหลายข้อพาดพิงไปยังผู้เป็นบิดา ดังนั้นการอภิปรายน่าจะพาดพิงไปยังนายเนวิน อย่างปฏิเสธไม่ได้ เหมือนกับการตีวัวกระทบคราดอย่างแน่นอน
โดย “รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า การอภิปรายรอบนี้พุ่งเป้าไปที่หัวใจพรรคภูมิใจไทย คือ “ไชยชนก ชิดชอบ” เพราะเป็นเรื่องที่ติดตามมาตลอด และพร้อมสำหรับการอภิปราย แต่คงเปิดเผยเนื้อหาไม่ได้ แต่ทุกคนคงเดาได้ เช่นเดียวกับ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ขอจองกฐินเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกัน พร้อมระบุว่า ในฐานะที่ผมเป็นหมอ ต้องบอกว่าต้องเตรียมรถพยาบาล ผมไม่ได้พูดเล่นๆ ไม่ได้เพ้อเจ้อ ไม่ได้มานั่งต่อปากต่อคำ ผมนิ่ง เงียบ แล้วตะครุบเหยื่อที่ไม่ตรงไปตรงมา
ด้าน “ไชยชนก” ชี้แจงว่า “ผมไม่กลัว ไม่กลัวอยู่แล้ว เราทำถูกต้องตามกฎหมาย เตรียมเรื่องผลงาน แล้วต้องยันด้วยหลักเกณฑ์ เหตุผล ค่อนข้างไม่เชื่อว่าสิ่งที่เขากล่าวอ้าง ว่าผมไปทำเรื่องโน้นเรื่องนี้ ตนรู้ว่าตนไม่ได้ทำ เขาจะเอาหลักฐานมาจากไหน ไม่ได้กังวลอะไร ย้ำว่าผมมั่นใจในส่วนของผม ว่าตอบได้แน่นอน ส่วนสมาชิกพรรค ก็ต้องดูว่าเรื่องที่เขากล่าวหาจะมีเรื่องอะไร เราก็ไม่ทราบ แต่ค่อนข้างมั่นใจในส่วนที่เรารับผิดชอบโดยตรง และมั่นใจในส่วนของสมาชิกพรรค และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่”
ท้ายที่สุดแล้วเชื่ออีกว่าผลของการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้ไม่สามารถคว่ำรัฐบาลลงได้ เนื่องจากพิจารณาเสียงสนับสนุนของฝ่ายค้านรวมกันน้อยมาก และที่สำคัญฝ่ายค้านยังขาดเอกภาพ แต่เป้าหมายเจตนา “ขยี้ซ้ำแผลเก่า” ทำลายความศรัทธา ตอกย้ำให้เห็นความ “เสื่อม” และทำลายศรัทธาต่อตัวผู้นำประเทศและตัวรัฐมนตรีอีกหลายคน ที่ถือว่าทำงานได้ล้มเหลว ไร้ความสามารถ คงต้องติดตามฝ่ายค้านจะปล่อยของข่มขวัญ รัฐบาลแก้ต่างบนเวทีซักฟอกได้หรือไม่
บรรยากาศการซักฟอกก่อนจะถึงวันจริง เชื่อว่า “ฝ่ายค้าน” เตรียมข้อมูลแน่นจนพร้อมหมดแล้ว ก็เริ่มมีความน่าสนใจชวนให้ติดตามมากขึ้นแล้ว เชื่อว่าเมื่อถึงวันจริงดุเดือด เป้าหลักกล่องดวงใจบุรีรัมย์โดนสาดกระสุนกระหน่ำแน่นอน เพราะเนื้อหาความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่อง สังคมยังตั้งข้อสงสัยการทำงานของกระทรวงดีอี ซึ่งเจ้ากระทรวงใช้วิธีเงียบ สลบข่าวฉาวร้อนๆ ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้สังคม ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุยใหญ่โตกระทรวงมีผลงานเยอะ.



