สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปานามาซิตี ประเทศปานามา เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 7.7 ทางตอนใต้ของปานามา สร้างความเสียหายให้กับอาคารหลายแห่ง และทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพลงสู่ท้องถนน แต่ในเบื้องต้นพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศยังรอดพ้นจากความเสียหายเป็นวงกว้าง และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต


สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ ( ยูเอสจีเอส ) ระบุว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่ระดับความลึก 12.6 กิโลเมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่ประชากรเบาบาง ห่างจากกรุงปานามาซิตีราว 200 กิโลเมตร และอาจมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต


ยูเอสจีเอสประเมินด้วยว่า ประชาชนในปานามาราว 43,000 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งเผชิญแรงสั่นสะเทือนรุนแรงอย่างน้อยในระดับสูง พร้อมคาดการณ์ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจคิดเป็น 1-10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี )


อย่างไรก็ตาม คลองปานามา เหมืองทองแดงโกเบร ปานามา และท่าอากาศยานนานาชาติโตคูเมน กลับมาดำเนินงานตามปกติ หลังเกิดแผ่นดินไหวตาม หรืออาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 40 ครั้ง ขณะที่พนักงานออฟฟิศในย่านธุรกิจของกรุงปานามาซิตีเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก


ประธานาธิบดีโฮเซ ราอูล มูลิโน ผู้นำปานามา เดินทางไปยังเมืองเปโญโนเม ซึ่งอยู่ระหว่างจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวกับกรุงปานามาซิตี โดยมีรายงานอาคารบางแห่งพังถล่มและโบสถ์ได้รับความเสียหาย


นายเนสเตอร์ ลูกี ผู้อำนวยการสถาบันธรณีศาสตร์ของปานามา กล่าวว่า แผ่นดินไหวเกี่ยวข้องกับระบบรอยเลื่อนอาซูเอโร-โซนา ซึ่งมีการสะสมแรงดันมหาศาลและปลดปล่อยออกมาเป็นครั้งคราว โดยแรงสั่นสะเทือนในกรุงปานามาซิตีกินเวลายาวนานประมาณ 40 วินาที.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS