เมื่อวันที่ 13 ต.ค. จากกรณีชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง บุกตรวจค้นร้าน “โอเคบาร์” ย่านถนนข้าวสาร พบการกระทำผิดหลายข้อหา อาทิ ปล่อยผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ 24 ราย ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ และยึดของกลางได้ 20 รายการ
ล่าสุด ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้ร่วมประชุมกำหนดมาตรการปราบปรามสถานบริการผิดกฎหมายอย่างเร่งด่วน

นายภราดร เปิดเผยแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น 30 วัน ดำเนินคดีทางวินัยและอาญาขั้นเด็ดขาด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องหรือทุจริตปล่อยปละละเลย, ระยะกลาง ใช้ “ถนนข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” เป็นโมเดลต้นแบบ ดึง กทม. ป.ป.ท. บช.น. และผู้ประกอบการ ร่วมโต๊ะหารือในเดือน พ.ย. เพื่อนำสถานบริการและโรงแรมที่ผิดระเบียบขึ้นมาอยู่บนดินอย่างถูกต้อง ก่อนขยายผลไปทั่วกรุงเทพฯ, ระยะยาว สังคายนากฎหมายล้าสมัย โดยเร่งแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการ และ พ.ร.บ.โรงแรม ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและให้ธุรกิจดำเนินต่อได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ระบุว่า ได้สั่งการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และมีคำสั่งให้ผู้กำกับการ (ผกก.) ถึง สารวัตร (สว.) ที่รับผิดชอบพื้นที่ ไปปฏิบัติราชการที่ บก.น.1 ตั้งแต่วันแรก โดยกำลังสอบสวนคู่ขนานกับ ป.ป.ท. หากพบข้าราชการรายใดมีส่วนเกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลย จะลงโทษทางวินัยและอาญาโดยไม่มีการช่วยเหลืออย่างแน่นอน



