เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารถึงกรณีเงินบริจาคพรรคการเมือง ว่า พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ผู้บริจาค และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วงเงิน และข้อห้ามในการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้  

ตามมาตรา 62 กำหนดให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากการบริจาค ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งต้องมีใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานเป็นหนังสือตามแบบที่ กกต. กำหนด และต้องนำไปใช้เพื่อการดำเนินงานของพรรคการเมืองเท่านั้น  

มาตรา 66 ได้กำหนดอัตราวงเงินการบริจาคต่อปีไว้ชัดเจน ดังนี้ บุคคลธรรมดา: บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ให้พรรคการเมืองได้ไม่เกิน 10,000,000 บาท / พรรค / ปี  นิติบุคคล: บริจาคได้ไม่เกิน 10,000,000 บาท / พรรค / ปี เช่นกัน กรณีหากนิติบุคคลบริจาคให้พรรคเดียวหรือหลายพรรค รวมกันเกิน 5,000,000 บาทต่อปี จะต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมคราวต่อไป  

ทั้งนี้ห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคเกินกว่าวงเงินที่กฎหมายกำหนดโดยเด็ดขาด ต้องเปิดเผยรายชื่อผู้บริจาค 5,000 บาทขึ้นไปทุกเดือน เพื่อความโปร่งใส ตามมาตรา 65 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องประกาศรายชื่อผู้บริจาคที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป พร้อมวัตถุประสงค์การบริจาคให้ประชาชนทราบเป็นประจำทุกเดือน และแจ้งให้นายทะเบียนทราบตามหลักเกณฑ์ โดยประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเงินบริจาคประจำเดือนของทุกพรรคการเมืองได้ทางเว็บไซต์ระบบฐานข้อมูลพรรคการเมือง กกต. (https://party.ect.go.th/accounts/party-donate-monthly)  

กกต. ได้ย้ำเตือนถึงข้อห้ามในการรับบริจาคตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ได้แก่  1.มาตรา 72: ห้ามพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค รับบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามาจากแหล่งเงินไม่ชอบด้วยกฎหมาย  

2.มาตรา 74 และ 75: ห้ามรับบริจาคจากบุคคลหรือนิติบุคคลต่างชาติ ได้แก่ บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจหรือจดทะเบียนสาขาในหรือนอกราชอาณาจักร นิติบุคคลจดทะเบียนในไทยที่มีต่างด้าวถือหุ้น เกินกว่าร้อยละ 49 (กรณีบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ตรวจตามทะเบียนผู้ถือหุ้น) คณะบุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับเงินอุดหนุน/ทุนจากต่างประเทศ บุคคลที่รับบริจาคต่อมาจากกลุ่มต่างด้าวข้างต้นเพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมทางการเมือง 

3. มาตรา 76: ห้ามหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือเข้าร่วมกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง  

มาตรา 70 ได้ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้บริจาคเงินให้แก่พรรคการเมือง สามารถนำยอดเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีหรือรายจ่ายตามประมวลรัษฎากรได้ตามจริง โดยกำหนดวงเงินสูงสุดไว้ดังนี้  บุคคลธรรมดา: หักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 10,000 บาท  นิติบุคคล: หักเป็นรายจ่ายได้ไม่เกิน 50,000 บาท สำนักงาน กกต. ขอแจ้งเตือน ขอให้ทุกฝ่ายให้ศึกษากติกาอย่างละเอียดเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กกต. 1444 หรือติดตามข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.ect.go.th และแอปพลิเคชัน SMART VOTE