ที่อาคารจตุรวิทย์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยนครพนม และศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ผ่านการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นไร้รอยต่อ มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และนำทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นมาพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน

โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกรียงไกร ผาสุตะ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ ประธานมูลนิธิปัญญากัลป์ นางสาวปริมประภา สุวรรณพรม ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ และอาจารย์ภัทระ คำพิทักษ์ ที่ปรึกษากรรมการบริหาร กสศ. เข้าร่วมพิธีลงนาม
ภายในงานเริ่มต้นด้วยการแสดงหมอลำจากแม่ครูอังคนางค์ คุณไชย ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2568 สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ-ลำเพลิน) และหมอลำผมหอม สกุลไทย ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงหมอลำผญาย่อยหัวดอนตาล สะท้อนอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมอีสานและคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น จากนั้น ผู้เข้าร่วมงานได้รับชมวิดีทัศน์ “ห้องเรียนหมอลำ เฮียนไปม่วนไป” ซึ่งนำเสนอแนวทางการใช้ศิลปะหมอลำเป็นฐานในการจัดการเรียนรู้ ก่อนเข้าสู่พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการอย่างเป็นทางการ
ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ ประธานมูลนิธิปัญญากัลป์ ได้เปิดเผยถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะทำให้เราได้เรียนถึงกระบวนการ ในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น และทำให้โอกาสมันเคลื่อนตัวเข้าไปหาเด็กๆที่ยังขาดโอกาส ต้องขอบอกว่าตอนแรกที่พวกเราเริ่มทำหลักสูตรหมอลำกับทางกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มันเกิดจากการฟังเพลงของ”อุ๋งอิ๋ง เพชรบ้านแพง” ในเพลง “หอบฝันมาหลังฮ้าน” มีท่อนแรกว่า “เด็กตาดำๆ กอดวุฒิ ม.3 จบ กศน.ฯ” เราจึงเห็นชีวิตเด็กคนหนึ่งว่า พอเขาเข้าไปอยู่ในวงหมอลำเนี่ย แล้วจะต้องเจอกับอะไรบ้าง และกลายเป็นที่สนใจขึ้นมา เหมือนได้นึกโจทย์วิจัยออกมากลายๆ จึงทำสำรวจกับวงหมอลำพบว่าเด็กในวงถึง 30 % ไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอีก 12.5 % ไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรารู้สึกน่ากังวลกับกลุ่มศิลปินน้องๆที่จะต้องเติบโต และเป็นกำลังในส่วนภาคแรงงานในอุตสาหกรรมบันเทิง เราจึงได้ไปดูผลกระทบทางสังคม ช่วงที่ผ่านมาในวงการหมอลำมีเงินหมุนเวียนถึงปีละ 6,600 ล้านบาท ในขณะที่เด็กหลายคนเดินออกจากบ้านก้าวเข้าสู่วงหมอลำ แต่ไม่ได้ไปพร้อมกับการเรียนรู้ ทั้งๆที่องค์ความรู้มหาศาลอยู่ในวงหมอลำ เราจึงมาดีไซน์หลักสูตรขั้นพื้นฐานขึ้นมาเป็น “หลังฮ้าน บนฮ้าน และหน้าฮ้าน” จึงออกมาเป็นหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 และทำสำเร็จมา 2 รุ่น เด็กก็อยู่ประมาณ 80 คนที่สำเร็จการศึกษา เราก็มองเห็นโอกาสการไปต่อของเด็กเหล่านี้ จึงเป็นที่ไปที่มาของการเกิดความร่วมมือในวันนี้ฯ

ด้าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวว่าหลักสูตรหมอลำเป็นหลักสูตรหนึ่งของครุศาสตร์ อยูในสาขาวิชาดนตรีศึกษา หมายความว่าได้รับปริญญาครบถ้วน และสามารถสอบบรรจุครูได้เลย และเป็นหลักสูตรแรกของประเทศไทยที่สอนหมอลำ โดยจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปี 2570 ส่วนที่ได้คุณแม่อังคนางค์ คุณไชย ศิลปินแห่งชาติปี 2568 ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2568 สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ-ลำเพลิน) และหมอลำผมหอม สกุลไทย ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงหมอลำผญาย่อยหัวดอนตาล มาเป็นอาจารย์สอนด้วย อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม เปิดเผยว่าวิชาหมอลำไม่ใช่วิชาการอย่างเดียว จะต้องใช้วิชาชีวิต และศิลปะควบคู่กัน เพราะฉะนั้นด้านวิชาการ ม.นครพนมอาจจะเก่ง แต่วิชาชีวิต วิชาความเป็นหมอลำและเป็นครูหมอลำด้วยจิตวิญญาณต้องอาศัยแม่ๆเหล่านี้เข้ามาช่วย จึงจะทำให้ลูกศิษย์ของเราเก่งทั้งเรื่องวิชาการ และวิชาหมอลำในชีวิตที่แท้จริง
ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ศูนย์การเรียน และหน่วยงานสนับสนุนด้านความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านให้เป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมการศึกษา อันจะนำไปสู่การพัฒนากำลังคนและการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน.



