ตามความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน ทั้งในและนอกสภา คงจะเป็นอย่างที่ฝ่ายตรวจสอบโหมโรงไว้ก่อนหน้า ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป้าจะไปพุ่งไปที่หัวใจของรัฐบาล และ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) คือ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี นั่งควบ รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้นำพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งคงไม่ต้องคาดเดา เพราะในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร ที่ต้องรับผิดชอบ การบริหารประเทศในทุกเรื่อง จึงหนีไม่พ้นต้องเป็นเป้าในการถูกโจมตี ทั้งเรื่อง ปัญหาการครอบครองที่ดินเขากระโดง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย การโกงสอบท้องถิ่น ซึ่งแค่ 3 เรื่องนี้ ก็ครอบคลุมทั้งเรื่อง หลักธรรมาภิบาล ปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชัน การเอื้อประโยชน์พวกพ้อง ฝ่ายค้านสามารถอภิปรายได้ในญัตติซักฟอก ยังไม่นับเรื่องการรับมือกับภัยธรรมชาติ ทั้งเรื่อง การเตือนภัย และ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
ส่วนอีกบุคคลที่ตกเป็นเป้าในการตรวจสอบครั้งนี้ หนีไม่พ้น “นายไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรค ภท. ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น “เบอร์หนึ่งของ รมต.ลูกเทพ” อีกทั้ง การพุ่งเป้าไปตรวจสอบ “ลูกนก” เท่ากับสามารถกระแทกไปถึง “นายเนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่และผู้มากบารมีตัวจริงของพรรคสีน้ำเงิน ก่อนหน้าที่จะเกิดปัญหาเรื่องการชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน “ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็น เลขานุการ รมว.ดีอี สมัยรัฐบาลอนุทิน 1 และ “นายไท่หยาง ซาง” สามีของไอเดียร์ ก็ต้องรับมือกับเรื่องฮั้ว สว. ที่ดินเขากระโดง โครงการ TH-AI Passport เรื่องสินบน 40 ล้าน เรียกว่าหนักหนาสาหัสอยู่ และการอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องชี้แจงด้วยตนเอง ไม่มีใครลุกขึ้นตอบแทนได้

“นายรังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมายฯ ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีโพสต์ข้อความ ระบุว่า ยังไม่มีหน่วยงานใด ออกมาชี้แจงกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ รับสารภาพว่า สามีถือหุ้นเว็บพนัน ว่า วันที่ 22 ต.ค. กมธ.การกฎหมายฯ จะนัดประชุม โดยเชิญหน่วยงานหลากหลายหน่วยงาน รวมถึงกระทรวงดีอี และอีกหลายหน่วยงาน แต่ที่ขาดไม่ได้คือ น.ส.สุชาดา และนายไท่หยาง ซาง สามีของ น.ส.สุชาดา ซึ่ง น.ส.สุชาดาก็พูดแล้วว่ามีหุ้น จะกี่เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่มีหุ้นอยู่ในเว็บพนัน ผิดกฎหมายไทย คำถามคือกลไกรัฐ หน่วยงานราชการจะอยู่เฉยๆ จริงๆ ยกตัวอย่าง นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรค กธ. ถูกยึดอายัดทรัพย์ ถูกดำเนินคดี

“แล้วคำถามคือว่า สส.ไอเดียร์ ไม่ต้องมีกระบวนการในการตรวจสอบหรือดำเนินการอะไรเลยหรือ ตกลงแล้วหน่วยงานรัฐ ใครก็ตามที่เป็นผู้ที่อยู่ในอำนาจ แล้วเป็นสีน้ำเงิน จะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องถูกตรวจสอบอะไรทั้งสิ้นเลยใช่หรือไม่ หากทำการแบบนี้ เท่ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ อาจจะกำลังทำผิดในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย” นายรังสิมันต์ กล่าวและว่า ส่วนจะสามารถเปิดเผยชื่อรัฐมนตรีที่อาจจะถูกโยงถึงได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “รอดูอีกสักนิดแล้วกัน”
ด้าน “นายศิริโชค โสภา” อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่กำลังตามตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน และที่มาของเงิน ของ “ไอเดียร์” น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และนายไท่หยาง ซาง สามี ได้โพสต์ถึงการทำงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการจัดการกับเว็บพนันออนไลน์ว่า กระทรวงดีอีประกาศปิดกั้นเว็บไซต์ และ ลิงก์พนันออนไลน์ ถึง 945,075 รายการ ฟังดูเป็นผลงานใหญ่โต แต่กลับพบว่าเว็บพนันรายใหญ่ 5 อันดับแรก ยังเข้าถึงได้จากประเทศไทย ทั้ง 5 เว็บไซต์ ได้แก่ ufabet.com, 1xbet.com, bet365.com, m98c0.com และ m98.asia มีจำนวนการเข้าชมจากประเทศไทย รวมประมาณ 1.43 ล้านครั้งต่อเดือน
ที่น่าสนใจคือ ในบรรดาเว็บไซต์พนันที่เปิดเผย มี เพียงบ่อน Shuffle.com ที่จำกัดการเข้าถึงจากประเทศไทย หลังจากเปิดเผยความเชื่อมโยงกับ นายไท่หยาง ซาง สามีของนักการเมืองไทย ซึ่งเป็นผู้ลงทุนในกิจการบ่อนแห่งนี้
คงต้องบอกว่า ประเด็นที่ถูกเปิดออกมา ที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของ “นายไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี หนักหนาสาหัสสากรรจ์ คงต้องทำการบ้าน และต้องชี้แจงให้ชัดเจน เพราะฝ่ายค้านต้องนำประเด็นข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นไป โรยเกลือต่อแน่ๆ เพราะตีลูกเท่ากับกระแทกไปถึงบุพการี จะกระทบถึงพรรคสีน้ำเงิน
ส่วนการกำหนดจำนวนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ “นายโสภณ ซารัมย์” ประธานสภา ให้ความเห็นถึงกรณีที่รัฐบาลต้องการให้เปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จำนวน 3 วัน ระหว่างวันที่ 27-29 ต.ค. 2569 และลงมติในวันที่ 30 ต.ค.นี้ ว่า จะนัดประชุมวิป 3 ฝ่าย มาพูดคุยกันว่าจะอภิปรายกี่วัน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ น่าจะกำหนดวันอภิปรายได้ ส่วนการอภิปราย คือการกล่าวหาว่า ครม. หรือรัฐมนตรีคนนั้นปฏิบัติหน้าที่ เช่น ทุจริตคอร์รัปชัน แต่ขั้นรุนแรงไม่ใช่คำด่า เพราะคำด่าไม่รู้จะชี้แจงอย่างไร แต่คำกล่าวหา ทุจริตอย่างไร โกงอย่างไร ก็ต้องเอาหลักฐานมาโชว์ ฝ่ายคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องเอาหลักฐานมาแก้ เนื้อหาการอภิปราย ซึ่งคำสุภาพดูมีเหตุมีผล ดีกว่าคำหยาบ คำด่าทอ หรือบูลลี่ ไม่อยากเห็นภาพที่ทะเลาะเบาะแว้ง เราต้องสร้างศรัทธาให้กับประชาชน เมื่อถามถึง กรณีที่มีคดีฮั้ว สว. ในคำกล่าวหาของฝ่ายค้าน นายโสภณ กล่าวว่า ต้องพิจารณาอภิปรายประเด็นอะไร เรื่องอะไร เพราะจบในกระบวนการของหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้แล้ว และตามข้อกล่าวหานั้น ต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ หากไปย้อนอดีต ไม่ใช่การทำงานของรัฐบาลนี้ ก็ไม่สามารถที่จะนำมาอภิปรายได้

ด้าน “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า การให้ข่าวของฝั่งรัฐบาล เตรียมที่จะให้เวลาในการอภิปรายเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น มองว่า พยายามจะเล่นกล เล่นเกมการเมือง เพื่อให้เวลาฝ่ายค้านอภิปรายรัฐมนตรี 18 คนเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นใช่หรือไม่ วันนี้ รัฐบาลต้องหยุดคิดเอง เออเอง เลิกที่จะคิดแทนฝ่ายค้าน เพราะให้ข่าวออกมา ทั้งที่ยังไม่ได้พูดคุยกับเราทั้งสิ้น อยากให้ประธานรัฐสภา เรียกประชุมวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เพื่อที่จะกำหนดกรอบเวลาการประชุมโดยเร็ว ซึ่งพรรคฝ่ายค้านยืนยันในกรอบเวลาเดิมคือ 5 วัน เมื่อถามว่าเหตุผลสำคัญที่ฝ่ายรัฐบาลนำมาใช้คือ นายกฯ ติดภารกิจต่างประเทศ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ สามารถ บริหารจัดการตารางงานของตัวเองได้ ให้ความสำคัญกับสภามากน้อยแค่ไหน

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวต่อว่า การจัดทัพของฝ่ายค้าน ตอนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เราพร้อมทุกวินาที ชี้ให้เห็นว่า ระบอบน้ำเงิน เป็นภัยคุกคามต่อประเทศจริงๆ เป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตย เมื่อถามว่า ประธานสภาอยากเห็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นอกเหนือจากใบเสร็จ ประเด็นสำคัญคือการที่เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลล้มเหลวอย่างไรมากกว่า เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าไปที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เนื่องจากเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องรอดูการอภิปรายจริงๆ ในตอนที่ญัตติเข้าสภา
คำถามคือ ถ้าหากประธานสภา ไม่ให้นำเรื่อง “ฮั้ว สว.” มาอภิปรายในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ หากไปย้อนอดีต ไม่ใช่การทำงานของรัฐบาลนี้ ก็ไม่สามารถที่จะนำมาอภิปรายได้ ฝ่ายค้านจะยอมหรือไม่
ส่วน “นายศิริโชค โสภา” อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ปิดเว็บพนันเกือบล้าน URL แต่เว็บพนันใหญ่ยังเปิดอยู่ หรือเล่นปาหี่รักษาผลประโยชน์ กระทรวงดีอีประกาศผลงานสามารถปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ได้ถึง 945,075 URL (ที่อยู่เว็บไซต์) หรือเกือบหนึ่งล้านรายการ ทำไมเว็บพนันรายใหญ่ ที่มีคนไทยเข้าไปใช้บริการจำนวนมากยังเปิดอยู่ แต่อยู่ที่กระทรวงดีอีกำลังเลือกปิดต่างหาก เว็บพนันรายใหญ่หลายแห่ง ยังใช้ชื่อโดเมนหลักเดิม มานานหลายปี และคนไทยก็ยังเข้าได้ตามปกติ เปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ ที่มีลำต้นเป็นเว็บไซต์พนันหลัก และมีกิ่งก้านนับร้อยนับพันเป็นเว็บไซต์ตัวแทน รัฐบาลไล่ตัดกิ่งทีละกิ่ง ตัดได้เท่าไรก็นับเป็นผลงาน หรือรัฐบาลไม่ได้ตั้งใจจะโค่นต้นไม้ตั้งแต่แรก แต่เลือกเพียงตัดแต่งกิ่ง ให้ดูเหมือนกำลังปราบปรามเว็บพนัน

นายศิริโชค ระบุต่อว่า ทำให้ผมนึกถึงกรณีข้อกล่าวหาเรื่อง การเสนอเงิน 40 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 480 ล้านบาทต่อปี เพื่อแลกกับการไม่ถูกปราบปรามเว็บพนัน หากเครือข่ายพนันกลุ่มหนึ่งยอมเสนอเงินถึงเกือบ 500 ล้านบาทต่อปี แล้วเครือข่ายพนันรายใหญ่ ที่มีผู้เล่นจำนวนมหาศาลจะมีผลประโยชน์มากขนาดไหน นี่เป็นข้อสงสัยที่ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีการจ่ายเงินเกิดขึ้นจริง แต่เมื่อเว็บพนันรายใหญ่ยังเปิดอยู่ ขณะที่รัฐบาลประกาศปิดเว็บไซต์ไปเกือบล้านรายการ ประชาชนย่อมมีสิทธิถามว่า รัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ หรือมีผลประโยชน์บางอย่าง ทำให้ไม่ต้องการโค่นต้นไม้ใหญ่ ถ้าเรื่องกล้วยๆ แค่นี้ยังแก้ไม่ได้ ทำไมไม่เปลี่ยนคนบริหาร เอาคนที่รู้เรื่องเทคโนโลยีจริงๆ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาทำงานแทน
ทีมข่าวการเมือง



