เมื่อวันที่ 20 ต.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการเข้าตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวและประเมินความเป็นไปได้ในการจำแนกว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์หรือร่องรอยที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติประเภทอื่น โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ)

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี มอบหมายให้กองคุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ และสํานักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 ร่วมกับอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบซากดึกดําบรรพ์รอยตีนไดโนเสาร์ ซึ่งค้นพบโดยนายพิชัย ประเทศเสนา บริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ ภธ.3 (ภูพระบาท) ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี นั้น

ผลการตรวจสอบพบซากดึกดำบรรพ์รอยตีนไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด (Theropod) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินด้วยขาหลัง 2 ข้าง จำนวน 1 แนวทางเดิน ประกอบด้วยรอยตีน 6 รอย บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน อายุยุคครีเทเชียสตอนต้น (ประมาณ 120 ล้านปีก่อน) รอยตีนมีลักษณะเด่นเป็นนิ้วเท้า 3 นิ้ว ปลายแหลม ขนาดรอยตีนยาว 29 ซม. กว้าง 26 ซม. การวิเคราะห์ขนาดลำตัวประเมินว่าไดโนเสาร์เจ้าของรอยตีนมีความสูงจากบริเวณสะโพกประมาณ 1.42 ม. และมีความยาวลำตัวประมาณ 6.30 ม. ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับ “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ไดโนเสาร์เทอโรพอดที่เคยค้นพบในประเทศไทยจากยุคเดียวกัน

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีได้เสนอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมศิลปากร ดำเนินการกำหนดเขตคุ้มครองรอบพื้นที่ค้นพบ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการรบกวนของนักท่องเที่ยว รวมทั้งวางแนวทางป้องกันการกัดเซาะของน้ำ และพิจารณาพัฒนาเป็นแหล่งศึกษา วิจัย และแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของประเทศในอนาคตต่อไป

โดยดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 เพื่อป้องกันความเสียหายจากการรบกวนของนักท่องเที่ยว รวมทั้งวางแนวทางป้องกันการกัดเซาะของน้ำ และพิจารณาพัฒนาเป็นแหล่งศึกษา วิจัย และแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของประเทศในอนาคตต่อไป.






