เมื่อวันที่ 20 ต.ค. สืบเนื่องจาก แม่อายุ 40 ปี ชาว จ.ชลบุรี ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ลูกสาวอายุ 11 ขวบ ถูกพ่อแท้ๆ อายุ 45 ปี ข่มขืนกระทำชำเรามานาน 4 ปี ซึ่งตนกับอดีตสามีแยกทางกันมา 7 ปีแล้ว ลูกสาวอยู่กับแม่และยายที่ จ.ชลบุรี โดยบ้านของอดีตสามีก็อยู่ในตำบลเดียวกัน อดีตสามีเคยติดคุกคดียาเสพติด พ้นโทษมาประมาณ 5 ปี แต่ก็ยังมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่

ช่วงหลายเดือนมานี้แม่ต้องไปทำงานที่ จ.ระยอง จู่ๆ วันที่ 17 ต.ค. ลูกสาวแชตมาบอกแม่ว่า “พ่อจะให้หนูไปนอนที่บ้านพ่ออีกแล้ว หนูไม่อยากไป พ่อข่มขืนหนูมาตลอดช่วงวันศุกร์-เสาร์ที่มารับไปนอนด้วยที่บ้าน ตั้งแต่หนู 7 ขวบ พ่อข่มขู่หนูไม่ให้บอกใคร มิฉะนั้นจะตีให้ตายและไม่ให้ค่าขนมอาทิตย์ละ 300 บาท ตอนนี้หนูทนไม่ไหวแล้ว หนูยอมอดดีกว่า หนูทำบาปกรรมอะไรมากเหรอแม่? หนูถึงมีพ่อแบบนี้” แม่ฟังที่ลูกสาวเล่าแล้วปวดใจมาก ไม่รู้จะช่วยลูกอย่างไร แม่ต้องการจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด จึงติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.ธรรมรัฐ อัครไชยพงศ์ ผกก.สภ.พนัสนิคม พ.ต.ท.นันทพนธ์ นาในบุญ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.พนัสนิคม และมูลนิธิปวีณาฯ ได้พาแม่และลูกสาวไปพบ ผกก. เพื่อแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวเด็กหญิงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และนัดสอบสหวิชาชีพเด็กหญิงในวันที่ 19 ต.ค. 69

ล่าสุด นางปวีณา ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ธรรมรัฐ อัครไชยพงศ์ ผกก.สภ.พนัสนิคม พ.ต.ท.นันทพนธ์ นาในบุญ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.พนัสนิคม ว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนไปนำตัวพ่อแท้ๆ มาสอบสวนและทำการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย จึงดำเนินคดีข้อหา เสพยาเสพติด และพนักงานสอบสวนได้จัดสอบสหวิชาชีพเด็กหญิงวันที่ 19 ต.ค. 69 แล้วจึงได้แจ้งข้อหาพ่อแท้ๆ “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานฯ” เพิ่มเติม และนำตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดชลบุรีพร้อมคัดค้านการประกันตัว

นางปวีณา ขอบคุณ พ.ต.อ.ธรรมรัฐ อัครไชยพงศ์ ผกก.สภ.พนัสนิคม พ.ต.ท.นันทพนธ์ นาในบุญ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.พนัสนิคม ที่ทำงานอย่างรวดเร็ว มูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับเงินเยียวยา สำหรับแม่ทำงานที่ จ.ระยอง จะรับลูกสาวไปอยู่ด้วย นางปวีณา จะประสาน ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องการย้ายโรงเรียนให้เด็ก และมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือสองแม่ลูกพร้อมทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กหญิงร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ต่อไป.