เมื่อวันที่ 20 ต.ค. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.ณัฐกิตติ์ มีสุข ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี พ.ต.ท.ธานินทร์ณัฏฐ์ ประยูรศร รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวน บก.ตม.3 ร่วมกับ ตม.จว.ปทุมธานี เข้าตรวจสอบร้านเบียร์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่ามีพฤติการณ์ลักลอบค้าประเวณีและจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าร้านเบียร์ดังกล่าวมีการว่าจ้างหญิงสัญชาติเวียดนามให้ทำหน้าที่นั่งดื่มกับลูกค้า และแฝงพฤติการณ์ลักลอบค้าประเวณี จึงได้วางแผนสืบสวนและเข้าตรวจค้นและล่อซื้อพบหญิงสัญชาติเวียดนาม รวม 5 ราย แบ่งเป็นหญิงนั่งดื่ม 3 ราย และหญิงอีก 2 ราย เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีจากการวางแผนล่อซื้อ พร้อมตรวจยึดธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อไว้เป็นหลักฐาน
จากการตรวจสอบเอกสารยังพบว่า หญิงต่างด้าวบางรายทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต บางรายทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต และมีหญิงเวียดนาม 1 ราย อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (Overstay)
นอกจากนี้ ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ นายธงชัย อายุ 44 ปี ได้แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน และยอมรับว่าเป็นผู้เช่าสถานที่เปิดกิจการจำหน่ายสุราและยาสูบ รวมทั้งเป็นผู้ว่าจ้างหญิงต่างด้าวเข้าทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของหญิงเวียดนามทั้ง 5 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายธงชัย แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี และการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตหรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่กฎหมายกำหนด ส่วนหญิงเวียดนามทั้ง 5 ราย ถูกดำเนินคดีตามความผิดของแต่ละบุคคล ทั้งเรื่องการค้าประเวณี การทำงานของคนต่างด้าว และกฎหมายคนเข้าเมือง พร้อมตรวจยึดสมุดบัญชีรายรับ–รายจ่ายของร้านจำนวน 3 เล่ม และเอกสารที่เกี่ยวข้อง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ได้กำชับให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทุกหน่วยยกระดับการสืบสวนและ X-Ray สถานประกอบการในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกิจการที่อาจใช้เป็นฉากหน้าในการลักลอบค้าประเวณี จ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย หรือแสวงหาประโยชน์จากคนต่างด้าว พร้อมสั่งการให้ขยายผลถึงนายจ้าง เจ้าของกิจการ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกราย ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่ได้มีหน้าที่เพียงตรวจสอบการเข้า–ออกประเทศเท่านั้น แต่ยังต้องป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวอย่างจริงจัง หากตรวจพบผู้ประกอบการที่ใช้สถานประกอบการบังหน้ากระทำความผิด จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่ปล่อยให้มีการแสวงหาประโยชน์จากการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเด็ดขาด.



