น.ส.ปิยวรรณ มาตราช    ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง (ศมข.ลำปาง)  กรมการข้าว  เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญของการผลิตข้าวไทยในปัจจุบัน คือ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่อยู่ในระดับต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง และคุณภาพผลผลิตไม่สม่ำเสมอ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 1.411 ล้านตันต่อปี แต่มีเมล็ดพันธุ์จากแหล่งผลิตที่มีการควบคุมเพียงประมาณ 0.722 ล้านตัน ยังขาดแคลนอีกราว 0.699 ล้านตัน กรมการข้าวจึงดำเนินโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อเพิ่มแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพในระดับพื้นที่ ลดการพึ่งพาแหล่งผลิตภายนอก และช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐานมากขึ้น

ในส่วนของการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์ข้าวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการในปี 2567 และ 2568 จำนวน 7 ศูนย์ ได้รับเมล็ดพันธุ์ศูนย์ละ 2 ตัน ขณะที่ศูนย์ข้าวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการในปี 2569 อีก 2 ศูนย์ ได้รับการสนับสนุนศูนย์ละ 3 ตัน เพื่อใช้เป็นต้นทุนตั้งต้นสำหรับผลิตและขยายเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีสู่ชุมชน การดำเนินงานดังกล่าวช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกรได้ประมาณ 370 บาทต่อไร่ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี พร้อมสร้างความรู้และทักษะที่สามารถนำไปใช้พัฒนาการผลิตในแปลงนาของตนเอง

ด้าน นายจรัญ สิทธิจู ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยไร้สารเคมี ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง กล่าวว่า กลุ่มได้รับการส่งเสริมจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิก 5 ราย พื้นที่ปลูกประมาณ 20 ไร่ ผลิตข้าวพันธุ์ กข83 หรือ “ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน” ในระบบอินทรีย์ ศูนย์ฯ ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยเน้นการลดต้นทุนและรักษาความปลอดภัยของทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค ผ่านการทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพและใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมี ทำให้กลุ่มมีผลผลิตเฉลี่ย 650–700 กิโลกรัมต่อไร่ และมีต้นทุนเฉลี่ย 3,500–4,000 บาทต่อไร่

 ทั้งนี้   จุดแข็งสำคัญคือการเชื่อมโยงตลาด โดยกลุ่มทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับสหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร เพื่อรับซื้อผลผลิตข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน ซึ่งผ่านมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ของกรมการข้าว โดยกลุ่มสามารถจำหน่ายข้าวเปลือกได้ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท และมีกำไรเฉลี่ยประมาณ 8,000 บาทต่อไร่     นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังช่วยให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการปลูกข้าวเพื่อจำหน่ายทั่วไป ไปสู่การผลิตข้าวพันธุ์ กข83 ที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด เกษตรกรสามารถเรียนรู้วิธีคัดเลือกและเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ในฤดูกาลถัดไปอย่างถูกต้อง ช่วยลดปัญหาข้าวพันธุ์ปนและเมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพ อีกทั้งสร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ความสำเร็จของศูนย์ข้าวชุมชนจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้เพียงพอ แต่ยังครอบคลุมการพัฒนาคน ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ และสร้างตลาดรองรับ เพื่อยกระดับอาชีพชาวนาให้เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว