เมื่อวันที่ 21 ต.ค. น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้แชร์โพสต์ข่าวประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคประชาชน พร้อมแสดงความคิดเห็น ระบุว่า คำว่า “ไม่บูชาตัวบุคคล” จะมีความหมายก็ต่อเมื่อคนพูดมี “หลักการ” เป็นของตัวเองเสียก่อน เพราะการไม่ยึดติดกับตัวบุคคลไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนจุดยืนไปตามกระแสอย่างไรก็ได้ มิฉะนั้นก็ไม่ต่างอะไรจาก “ไม้หลักปักเลน” ที่เอนเอียงไปตามแรงลม โดยไม่มีรากฐานทางความคิดของตัวเอง 

น.ส.ธิษะณา ระบุว่า ประเด็นสำคัญคือ อาจารย์ป๊อก ปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นคนที่มีหลักการและจุดยืนทางการเมืองชัดเจนอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับท่าน อย่างน้อยก็ควรยอมรับว่าท่านมีรากฐานทางความคิด มีความเข้าใจในปรัชญาการเมือง และสามารถอธิบายเหตุผลรองรับจุดยืนของตนเองได้อย่างเป็นระบบ 

ส่วนคนที่ออกมาพูดเรื่อง “ไม่บูชาตัวบุคคล” นั้น ตัวเองก็ไม่มีกระดูกสันหลังหรือหลักการของตนแต่อย่างใด แม้ในวันที่ดิฉันกลับตั้งคำถามว่าเข้าใจความแตกต่างระหว่างฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาในทางรัฐศาสตร์จริง ๆ หรือไม่ เข้าใจหรือไม่ว่าอุดมการณ์ทางการเมืองคืออะไร หรือเพียงแค่หยิบยืมถ้อยคำที่ฟังดูดีมาใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการเปลี่ยนจุดยืนของตัวเองไปวัน ๆ การมีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ใช่การปฏิเสธบุคคลที่มีหลักการ แต่คือการมีหลักการมากพอที่จะอธิบายได้ว่าตนเองเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับใคร เพราะอะไร 

น.ส.ธิษะณา ระบุว่า อย่าสับสนระหว่าง “ความเป็นอิสระทางความคิด” กับ “ความไร้หลักการ” เพราะสองสิ่งนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  และที่สำคัญ การไม่บูชาตัวบุคคลไม่ได้แปลว่าเราต้องเนรคุณทางความคิดต่อผู้ที่ร่วมก่อร่างสร้างอุดมการณ์ทางการเมืองมาตั้งแต่ต้น  การไม่บูชาตัวบุคคลเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่การไม่มีหลักการเป็นของตัวเอง ไม่ใช่คุณธรรมทางการเมืองแต่อย่างใด คำเดียว “วัวลืมตีน” เพราะลำพังตัวเองไม่มีทางสร้างพรรคได้ ตอนแรกก็เกาะแสงแกนนำพรรคไปวันๆ หลังจากมีกระแสเรื่องประกันสังคมซึ่งก็เป็นข้อมูลที่ได้มาจากคนอื่นไม่ใช่ผลงานตัวเองก็ยกหัวชูตัวสูงกว่าผู้ก่อตั้งพรรค