สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่า หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของอินโดนีเซีย (โอเจเค) ระบุว่า ค่าปรับดังกล่าวซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นของบริษัท ไดแอน สวัสตาติกา เซ็นโตซา, บริษัท บาริโต รีนิวเอเบิลส์ เอเนอร์จี และบริษัท เปตรินโด จายา เครอาซี ถือเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดเท่าที่ทางหน่วยงานเคยสั่งปรับมา
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โอเจเคเปิดเผยว่า บทลงโทษดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปตลาดทุน หลังอินโดนีเซียได้รับคำเตือนจากเอ็มเอสซีไอว่า ประเทศอาจปรับลดสถานะหุ้นจากกลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่” ให้เป็น “ตลาดอิสระ” เนื่องจากยังไม่มีการดำเนินการที่เพียงพอ ในการจัดการกับพฤติกรรมการซื้อขาย ที่เข้าข่ายร่วมมือกันปั่นราคาในตลาดหุ้น
โอเจเคระบุว่า ได้สั่งปรับบริษัทแห่งหนึ่งโดยระบุชื่อย่อว่า “เอสเอ็มที” เป็นเงิน 1.5 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 2,800 ล้านบาท) จากกรณีปั่นราคาหุ้นของบริษัท ไดแอน สวัสตาติกา ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
#NSTBusinessTimes Indonesia's financial regulator has handed over sanction letters to parties found to have violated trading rules involving three listed companies, with fines totalling 2.1 trillion rupiah (US$116.67 million), it said late on Wednesday.https://t.co/0K1W7h2RRE pic.twitter.com/stnjjJR5a5
— New Straits Times (@NST_Online) October 22, 2026
โอเจเคยังสั่งปรับบริษัทที่มีชื่อย่อว่า เอเอช จำกัด 500,000 ล้านรูเปียห์ (ราว 933 ล้านบาท) จากกรณีปกปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท บาริโต รีนิวเอเบิลส์ ระหว่างการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก (เอพีโอ) ขณะที่บริษัท ทีซี พีทีอี จำกัด ได้ถูกปรับเป็นเงิน 100,000 ล้านรูเปียห์ (ราว 186 ล้านบาท) จากความผิดในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหุ้นของเปตรินโด
หน่วยงานระบุว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นใหญ่ของทั้งสองบริษัท ได้ปกปิดความสัมพันธ์ดังกล่าว และได้รับจัดสรรหุ้นไปเป็นจำนวนมาก ก่อนการเสนอขายหุ้นไอพีโอ ทำให้จำนวนหุ้นที่มีให้ซื้อขายในตลาดมีจำกัด
อนึ่ง บริษัทด้านพลังงานและเหมืองแร่ บาริโตและเปตรินโด ต่างอยู่ภายใต้การควบคุมของมหาเศรษฐี นายปราโจโก ปังเกสตู.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



