ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบน้ำสีดำหลังนิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะรอบบึงหนองขอน หมู่ที่ 6บ้านนาใต้ ต.บ่อทองที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำดิบไว้ผลิตน้ำประปาหมู่บ้านแล้วไหลลงแควพระปรงแล้วลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี เหตุการณ์นี้ตั้งแต่ต้นปี 2569 ที่มีสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมากถึงปัจจุบันก็ยังมีการปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองสาธารณะเหมือนเดิม หน่วยงานจังหวัด อำเภอ ตำบล ไม่สามารถทำอะไรได้

จากการที่มีน้ำสีดำและมีกลิ่นเหม็นในพื้นที่ดังกล่าวไม่รู้ผ่าน EIA (ผ่านการประเมินกระทบสิ่งแวดล้อม)ได้ยังไงชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวบอกให้ช่วยกันหน่อยนะพี่น้องชาวตำบลบ่อทองเราต้องการธรรมชาติกลับคืนมา ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามวิชัย แรกชำนาญ ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาใต้บอกว่ามีภารกิจยังไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์แต่มีภาพถ่ายแนบมาให้ดูก่อน
จากการลงพื้นที่บริเวณสระน้ำสาธารณะด้านหลังนิคมบ่อทองได้พบกับชาวบ้าน (นายสมพล) นามสมมุติ ขอสงวนชื่อนามสกุลจริงกล่าวว่าอันนี้ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงบางทีอาจจะเป็นแบบโรงงานเขาปล่อยก็ได้ไม่ปล่อยก็ได้นี่เราไม่รู้จริงแต่มันมีหญ้าตายข้าวตายเหมือนกันถ้าน้ำมันท่วม ยังไงก็ต้องไหลลงสระน้ำน้ำสาธารณะ แต่ถ้าไม่ท่วมมันก็ไม่ลงหรอกครับ
ทางด้านนายสุนทร คมคาย แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่ตรวจโรงงานหลังน้ำท่วม ในตอนนี้ต้องการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการ ปิดถาวรเนื่องจากว่าพื้นที่มันเป็นที่ราบลุ่มแล้วก็เสี่ยงน้ำท่วมซึ่งเราก็พูดมาตลอดว่าน้ำจะท่วมเอ่อแต่เขาก็ไม่เชื่อเราซึ่งวันนี้มันชัดเจนแล้วว่าน้ำมันท่วม อันที่ 2 คือเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ทั้งชีวิตและทรัพย์สินซึ่งมันต้อง scope พื้นที่ชัดเจนมันกระจายวงกว้างไปมากแล้วก็ให้ดำเนินคดีโดยเด็ดขาดอย่างเช่นผู้ที่กระทำผิดทำให้เกิดผลกระทบทางสุขภาพไม่ใช่ว่าทำแค่เฉพาะหน้า มันต้องมีการตรวจสอบสุขภาพระยะยาวแล้วก็มีการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากเยียวยาชาวบ้านแล้วมันต้องฟื้นฟูซึ่งวันนั้นรัฐมนตรีเขาพูดชัดแต่เขาจะทำหรือไม่ไม่รู้ เพราะว่าเขาไม่มีใบอนุญาตสักอย่างความจริงเจ้าของโรงงานมันต้องติดคุกด้วยซ้ำ อันนี้ข้อเสนอของเรา

นายสุนทร กล่าวอีกว่า อีกอันหนึ่งข้อเสนอของผมเองให้ ย้ายอุตสาหกรรมจังหวัดทั้งทีมเลย เพราะมันปล่อยปละละเลยโรงงานที่ไปปิดน่ะก็ปิดแต่กระดาษถูกไหมที่ไปจับ ถ้าวันนั้นจับไม่ได้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ไม่เข้ามาเขาก็ไม่ไปดู เอ็มวายฯนี่ก็ปิดแต่กระดาษเหมือนกันพอปิดปุ๊บเขาก็ดึงกระดาษออกตั้งแต่วันแรกแล้ว แล้วโรงงานก็ทำต่อคนงานต้อง 5-600 คน เสร็จแล้วพอทีม top gun จะมาตรวจก็เอากระดาษมาติดใหม่ แล้วอีกอันหนึ่งเราแจ้งโรงงานตั้งหลายโรงก็ไม่ยอมไปตรวจ รวมถึงคราบน้ำมันสีรุ้งที่เขาไม้แก้วแจ้งตั้งแต่วันที่ 16 แล้ววันนั้นวันที่ 19 ที่รัฐมนตรีมา ทางรัฐมนตรีก็ให้อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีไปตรวจตอนนั้นเลยก็ไม่ยอมไปตรวจ ป่านนี้ก็ยังไม่ไปคนอื่นเขาไปกันหมดแล้ว ซึ่งมลพิษเนี่ยมันรอไม่ได้นะอย่างเช่น คราบน้ำมันที่เป็นหลักฐานอะไรอย่างนี้มันก็จะหายไป คุณเข้าข้างโรงงานหรือเปล่านายสุนทรกล่าวทิ้งท้าย



