ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน เมื่อวันที่ 22 ต.ค. พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย น.ส.ศยามมล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษา กสม., นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ผู้บริหารเทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อเท็จจริงกรณีการรื้อถอนอาคารบุกรุกแนวชายหาดหัวหิน (ช่วงสะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม) หลังเจ้าของอาคารยื่นร้องเรียนต่อ กสม. จนมีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 12 ต.ค. ถึงเทศบาลฯ ให้ชะลอการรื้อถอนไว้ก่อน ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด โดยทาง กสม. ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนร่วมรับฟังและสั่งงดการถ่ายทอดสด (Live) ทุกช่องทาง ท่ามกลางประชาชนที่เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยหลังการประชุมว่า การตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่าหน่วยงานใดปฏิบัติหน้าที่ผิดระเบียบราชการ ส่วนกรณีที่ผู้ร้องเรียนระบุว่าเทศบาลฯ ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้แต่แรกแล้วมาโอนงบในภายหลังนั้น ศูนย์ดำรงธรรมตรวจสอบแล้วพบว่า หากเป็นงานจำเป็นเร่งด่วนตามอำนาจหน้าที่ เทศบาลสามารถโอนงบประมาณหรือปรับเปลี่ยนแผนงานได้ตามกฎหมาย ซึ่งทางจังหวัดติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและยังไม่พบข้อเท็จจริงที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย
ด้าน น.ส.ศยามมล ไกยูรวงศ์ กสม. ระบุว่า ข้อมูลจากเทศบาลฯ พบผู้ร้องมีทั้งหมด 19 ราย แบ่งเป็น 15 หลังคาเรือนที่อยู่ระหว่างพิสูจน์สิทธิครอบครองในคดีแพ่ง (ศาลอุทธรณ์ภาค 7) และอีก 9 รายอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง ซึ่งในประเด็นการพิสูจน์สิทธิในที่ดินและการรื้อถอนตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ศาลได้มีคำวินิจฉัยไปแล้วนั้น กสม. จะไม่ก้าวล่วงตรวจสอบเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับอำนาจศาล แต่ กสม. จะเข้ามาตรวจสอบเฉพาะ “กระบวนการทำงานของหน่วยงานรัฐ” ว่าปฏิบัติตามวิธีพิจารณาคดีปกครอง มีการแจ้งเตือนและติดประกาศ 90 วันถูกต้องหรือไม่ รวมถึงกระบวนการเยียวยาและการดูแลพื้นที่ชายหาดให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันหลังการรื้อถอน

ขณะที่ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวยืนยันว่า เทศบาลฯ วางกรอบการรื้อถอนไว้ 120 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. ไปจนถึงเดือน ม.ค. 2570 ซึ่งในที่ประชุม กสม. และจังหวัดเสนอให้ขยายเวลาแก่ผู้บุกรุกถึงวันที่ 22 พ.ย. นี้ โดยมีเงื่อนไขให้ผู้ครอบครองลงลายมือชื่อยินยอม แต่ปรากฏว่าผู้ครอบครองทั้งหมดปฏิเสธไม่ยอมลงนาม ทำให้เทศบาลฯ ไม่สามารถชะลอการดำเนินการได้อีกต่อไป เพราะคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดถือเป็นที่สุด หากละเว้นอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
“จากนี้เทศบาลฯ จำเป็นต้องเดินหน้าตามกฎหมาย โดยจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ การไฟฟ้า ที่ดินจังหวัด กอ.รมน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ร่วมกับผู้รับจ้างเข้าดำเนินการรื้อถอนทันที เพื่อเร่งทวงคืนพื้นที่สาธารณะชายหาดหัวหินกลับมาเป็นประโยชน์ของส่วนรวมตามกรอบเวลา 120 วัน” นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ระบุอย่างเด็ดขาด.



