เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลมาเลเซียแต่งตั้งดาโต๊ะ อะห์หมัด โนรีฮัน บิน ญาลาล เป็นผู้อำนวยความสะดวกของกระบวนการพูดคุยสันติภาพ (จังหวัดชายแดน) ว่า ผู้อำนวยความสะดวกฯ คนใหม่เป็นอดีตเจ้ากรมข่าวกรองทหารของมาเลเซีย ซึ่งเป็นคนที่รู้จักประเทศไทยดี เข้าใจสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายไทย ดังนั้น เมื่อมาเลเซียมีผู้อำนวยความสะดวกฯ คนใหม่แล้ว ต้องดูว่าเขาจะมีความเห็นอย่างไร เพราะตนทราบว่าเขาอาจมีแนวทางอะไรบางอย่างที่เสนอให้ไทยพิจารณา ซึ่งเราพร้อมพิจารณา แต่สิ่งสำคัญคือกระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าของ เราก็ต้องออกแบบให้กระบวนการนี้ตรงกับความต้องการของเราให้มากที่สุด
“กระบวนการพูดคุยเป็นกระบวนการของไทย เราต้องรักษาความเป็นเจ้าของ มาเลเซียมาช่วยไทย แต่การจะเดินหน้าไปทางไหน อย่างไรนั้น เราก็ต้องเป็นคนตัดสินใจ ต้องดูว่ากระบวนการพูดคุยนี้พูดคุยเพื่ออะไรกับใคร ซึ่งตอนนี้มีขบวนการบีอาร์เอ็น แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยและผู้ที่มีส่วนได้เสียอาจมีมากกว่านั้น เราควรดึงเข้ามาสู่กระบวนการพูดคุยหรือไม่ ขณะเดียวกัน การเจรจาที่เราพยายามเจรจาอยู่นี้ ไม่สามารถมาทดแทนการพูดคุยกับคนในพื้นที่คือประชาชน ดังนั้น ในที่สุดแล้วเป็นเรื่องการที่เราต้องตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ หมายความว่ากระบวนการพูดคุยเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาในภาคใต้ เพราะในที่สุดแล้วหลายอย่างเราต้องพูดคุยกับประชาชน” นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพูดคุยดังกล่าว เราต้องมีการพูดคุยกันภายในก่อน ซึ่งขณะนี้ ตนเข้าใจว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อยากเสนอวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลต่อสถานการณ์ภาคใต้ในองค์รวมทั้งหมด ซึ่งมีหลายมิติด้วยกัน โดยเมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา ในที่ประชุม สมช.วงเล็กซึ่งตนร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มีการคุยกันเบื้องต้น ก่อนจะเสนอให้ที่ประชุม สมช.ชุดใหญ่พิจารณาอีกครั้ง
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุม สมช.วงเล็กนั้น ตนให้ความเห็นในหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ตนดูแล ซึ่งเป็นกลไกหลักในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการเสนอโครงการต่างๆ ควรได้รับการกลั่นกรองจากหน่วยกลาง และหลายโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาต้องเชื่อมโยงกัน นอกจากนี้ โครงการที่สร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจน่าจะมีมากกว่านี้ อาทิ ระบบราง การเชื่อมโยงที่ด่านปาดังเบซาร์ และนอกจากเชื่อมโยงกันในจังหวัดต่างๆ แล้ว จะต้องเชื่อมโยงกับทางมาเลเซียด้วย ซึ่งมาเลเซียอยากพัฒนาพื้นที่ชายแดนที่เชื่อมโยงกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่สำคัญต้องสอดคล้องกับแผนที่เรามีกับมาเลเซียในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ในปลายเดือน ต.ค.นี้ รมว.ต่างประเทศมาเลเซียจะเดินทางมาประชุมคณะกรรมาธิการร่วม ไทย-มาเลเซีย และคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ชายแดน ตนจึงคิดว่าจะมีโครงการอะไรที่จะพูดคุยกับมาเลเซียที่ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้รับประโยชน์
เมื่อถามว่าการพูดคุยสันติสุขฯ จะเริ่มได้เมื่อไหร่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการพูดคุยกันไปในระดับหนึ่ง ซึ่งเราอยากคุยว่าทิศทางเป็นอย่างไร จะมีการเปลี่ยนแนวทางมากน้อยแค่ไหน อย่างไร มีช่องทางเดียว หรือมีช่องทางอื่นด้วย ขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับเราด้วย แม้เขาจะมีความเห็นอย่างไร เราก็ต้องมีความเห็นของเรา
ผู้สื่อข่าวถามว่าการพูดคุยกับบีอาร์เอ็นเป็นลักษณะใด นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นลักษณะเปิดเผย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีในแง่ที่เราไม่มีอะไรที่จะปิดบัง ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีทั้งประชาชนในพื้นที่ และอาจมีกลุ่มอื่นๆ ด้วย เราคงทำอย่างเปิดเผย ส่วนจะมีมากกว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่เราต้องมานั่งคิดกันต่อไป ทั้งนี้ เรื่องการพูดคุยก็มีความเร่งด่วน และมองกันว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีหลายเรื่องที่เราต้องขับเคลื่อน อาทิ เรื่องข่าวกรองต้องทำให้ดีขึ้น และมิติด้านความมั่นคง ขณะนี้มีคณะกรรมการผู้แทนพิเศษในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเรามีอำเภอมั่นคง 14 อำเภอ ตรงนี้ก็สำคัญ และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็ต้องดูว่าสามารถขยายไปในอำเภออื่นได้หรือไม่



