จากกรณีที่ตัวแทนชาวบ้านและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าแจ้งความร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองกุงศรี เพื่อให้ตรวจสอบกรณีต้นไม้ริมถนนสาธารณะถูกตัดโค่น โดยเฉพาะต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเห็นว่ามีคุณค่าต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับขอบเขตการดำเนินงาน หลังมีข้อมูลว่าการประมูลเกี่ยวข้องกับการตัดแต่งกิ่งไม้ แต่กลับพบต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นถูกตัดจนเหลือเพียงตอ นั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว วานนี้ (22 ต.ค.) นายฉัททันต์ สายาพัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้กาฬสินธุ์ ได้สั่งการและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ กส.1 (ดงมูล) สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อสำรวจสภาพพื้นที่ ตรวจสอบร่องรอยการตัดไม้ รวบรวมพยานหลักฐาน และพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการที่เกิดขึ้นเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายป่าไม้หรือไม่

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบและรังวัดตลอดเส้นทางถนนสายบ้านหนองชุมแสง–บ้านคำน้อย ต.หนองใหญ่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการตัดแต่งกิ่งไม้และต้นไม้บริเวณสองข้างทางรวมกว่า 100 ต้น อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องตรวจสอบเป็นพิเศษคือตอไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกตัดโค่นจนเหลือเพียงโคน จำนวน 14 ตอ โดยมีขนาดวัดรอบวงตั้งแต่ 80 เซนติเมตรขึ้นไป

สำหรับชนิดไม้ที่ตรวจพบ ประกอบด้วย ไม้ประดู่ ไม้สะเดา ไม้นนทรี และไม้ขี้เหล็ก ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีคุณค่าต่อภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมของชุมชน การพบตอไม้ขนาดใหญ่ดังกล่าวจึงเป็นประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งตำแหน่งที่ตั้งของต้นไม้ สภาพพื้นที่โดยรอบ ประวัติการปลูก และสถานะของต้นไม้ตามกฎหมาย รวมถึงต้องตรวจสอบว่าต้นไม้แต่ละต้นถูกตัดออกไปด้วยเหตุผลใด ใครเป็นผู้ดำเนินการ และการดำเนินการนั้นอยู่ภายใต้ขอบเขตของการอนุญาตหรือไม่

ประเด็นสำคัญของกรณีนี้อยู่ที่ความแตกต่างระหว่างการตัดแต่งกิ่งไม้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน กับการตัดโค่นต้นไม้ทั้งต้น ซึ่งต้องตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการดำเนินงานให้ชัดเจน โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประมูลและขอบเขตสิทธิของผู้ซื้อ เพื่อให้ทราบว่าการดำเนินการที่เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อตกลงหรือมีส่วนใดที่เกินกว่าขอบเขตที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เพื่อให้สามารถแยกแยะข้อเท็จจริงและพิจารณาความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน โดยไม่ด่วนสรุปก่อนที่กระบวนการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ

จากข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการดำเนินงาน ระบุว่า การตัดแต่งกิ่งไม้ริมถนนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง รวมถึงลดความเสี่ยงจากกิ่งไม้หรือสภาพต้นไม้ที่อาจก่อให้เกิดเหตุอันตราย โดยเทศบาลตำบลหนองใหญ่ได้จัดทำเอกสารตามขั้นตอนของทางราชการ และเปิดประมูลทอดตลาดกิ่งไม้และแขนงไม้ที่ตัดแต่ง เพื่อให้ผู้สนใจเข้าซื้อและนำรายได้เข้าสู่เทศบาล

อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลที่ได้รับการชี้แจงเบื้องต้น การประมูลดังกล่าวไม่ได้มีการอนุญาตให้ผู้ซื้อดำเนินการตัดโค่นต้นไม้ใหญ่แต่อย่างใด เมื่อปรากฏข้อมูลร้องเรียนเกี่ยวกับการตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ เทศบาลตำบลหนองใหญ่จึงได้ดำเนินการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.หนองกุงศรี เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายกับผู้ซื้อพัสดุรายดังกล่าวแล้ว

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้กาฬสินธุ์ได้สืบค้นประวัติและตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ พบข้อมูลเบื้องต้นว่า ต้นไม้สองข้างทางบริเวณดังกล่าวเป็นต้นไม้ที่ปลูกขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อสร้างเส้นทาง โดยเดิมถนนสายนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2547 กรมทางหลวงชนบทจะส่งมอบเส้นทางให้เทศบาลตำบลหนองใหญ่เป็นผู้รับผิดชอบดูแล ทั้งในด้านการบำรุงรักษาเส้นทางและการปรับปรุงภูมิทัศน์ตามระเบียบของทางราชการ

สำหรับขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ป่าไม้กาฬสินธุ์จะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกและพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติม ทั้งตำแหน่งที่ตั้งของตอไม้ ประเภทพื้นที่ สถานะของต้นไม้ตามกฎหมาย และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงและระบุข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน หากพบพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการกระทำผิด ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป.

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน ระบุความรับผิดได้อย่างถูกต้อง และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยต้องรอผลการตรวจสอบสถานะของต้นไม้และผลการดำเนินการตามกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป.