เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ สน.พหลโยธิน พนักงานสอบสวนควบคุมตัวนายณัฐนนท์ หรือ “เล้ง” อายุ 19 ปี ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายหญิงอายุ 27 ปี ขณะจอดรถติดสัญญาณไฟแดงบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ไปฝากขังต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียทรัพย์ และเสพยาเสพติด โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว

ระหว่างที่นายเล้งถูกนำตัวออกจากห้องควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุ โดยนายเล้งกล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่ารู้ว่าตนเองทำผิดไปแล้ว แต่ยังอ้างว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายขับรถชนตนก่อน และในจังหวะที่ผู้เสียหายยกมือไหว้ขอโทษนั้น ตนยอมรับว่าไม่ทราบว่าเป็นผู้หญิง อีกทั้งไม่เห็นว่าผู้เสียหายยกมือไหว้ จึงลงมือก่อเหตุ

ส่วนกรณีที่ถูกสอบถามถึงพฤติกรรมรุนแรงที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ สน.บางโพธิ์ นายเล้งปฏิเสธว่าไม่ได้มีพฤติกรรมดังกล่าว ขณะที่เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการเสพยาเสพติด รวมถึงคำว่า “แซ่มแล่ม” เจ้าตัวปฏิเสธที่จะตอบคำถามกับสื่อมวลชนเช่นกัน

ก่อนที่นายเล้งจะขึ้นรถควบคุมตัวไปยังศาล เจ้าตัวได้สะบัดตัวแสดงท่าทีไม่พอใจใส่สื่อมวลชน พร้อมกล่าวว่า “ผมแค่อยากขอโทษเขา คนอื่นไม่เกี่ยวข้องก็ออกไปดีกว่า” โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเพิ่มเติมว่านายเล้งหมายถึงบุคคลใด หรือหมายถึงสื่อมวลชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือไม่ แต่เจ้าตัวปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมแสดงสีหน้าไม่พอใจ

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังหญิงผู้เสียหาย อายุ 27 ปี โดยเธอเปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบข่าวว่าผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.พหลโยธิน ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งเธอได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ชาวเน็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ทราบว่าภายในรถเป็นผู้หญิงนั้น ผู้เสียหายมองว่าเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากขณะเกิดเหตุ เธอได้เปิดประตูรถออกไปยกมือไหว้ขอโทษผู้ก่อเหตุแล้ว แต่กลับถูกทำร้ายร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายยอมรับว่า แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว แต่เธอยังคงรู้สึกกังวล เนื่องจากภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำตลอดเวลา ไม่สามารถลืมเหตุการณ์ดังกล่าวได้ และขณะนี้ยังไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ เพราะรู้สึกหวาดผวากับภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังเปิดเผยด้วยว่า อาการบาดเจ็บบริเวณดวงตาข้างซ้ายเริ่มมีอาการอักเสบและเจ็บปวดมากขึ้น โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา เธอเพิ่งเดินทางไปตรวจร่างกาย และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้นอนพักผ่อน

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นผู้เสียหายระบุว่า ยังไม่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางเข้ามาชี้ตัวผู้ต้องหา หรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด.