สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยแพร่แถลงการณ์ของนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี การลงนามในข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างไทยกับกัมพูชา
แถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ปีที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เป็นผู้ผลักดันให้ทั้งสองประเทศร่วมลงนามในข้อตกลงดังกล่าว ข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญทางการทูต ซึ่งเกิดขึ้นได้จากความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด และความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพของทรัมป์
ข้อตกลงดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการทูตสหรัฐในการคลี่คลายความขัดแย้ง และวางรากฐานสำหรับสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชา สหรัฐยังคงทำงานร่วมกับทั้งสองฝ่าย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามข้อตกลง และผลักดันให้คำมั่นเรื่องสันติภาพที่ยั่งยืนเกิดขึ้นจริง เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ
ข้อตกลงดังกล่าวลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีทรัมป์และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในเวลานั้น ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีเป้าหมายลดความตึงเครียดและยุติการสู้รบตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ต่อเนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือน ก.ค. 2568
One year ago, President Trump brokered the historic Kuala Lumpur Peace Accords between Cambodia and Thailand – The United States continues to support implementation of the Accords, which will usher in a new era of lasting stability and prosperity for Southeast Asia.…
— Secretary Marco Rubio (@SecRubio) October 25, 2026
สาระสำคัญของข้อตกลง กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายลดกำลังทางทหาร ถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน และจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์โดยสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพื่อติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลง
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม และงดเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือถ้อยคำยั่วยุที่อาจเพิ่มความตึงเครียด ยืนยันให้แก้ไขข้อพิพาทเขตแดนโดยสันติวิธีและตามกฎหมายระหว่างประเทศ ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ และข้อตกลงยังครอบคลุมความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการสร้างความเชื่อมั่นเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



