เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ สภ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผบช.ภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรศักดิ์ ไกรเพชร ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี พ.ต.อ.อดุลย์ สุรำไพ ผกก.เขมราฐ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 227 ทหารกองกำลังสุรนารี นรข.เขตอุบลราชธานี ฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ สภ.เขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 69 จำนวน 4 คดี โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน รวมยาบ้า 828,000 เม็ด
พล.ต.ท.อาทิชา กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ซึ่งการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด มีทั้งการป้องกันและปราบปรามการสืบสวนสอบสวน การบำบัดฟื้นฟู ตำรวจภูธรภาค 3 ได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดดำเนินการ ในการป้องกันได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหารในพื้นที่ หน่วย นรข. และตำรวจตระเวนชายแดน ในการพิสูจน์ทราบจุดเสี่ยงผู้ต้องสงสัย ในส่วนนี้จะมีการวางกำลังในการป้องกัน แต่ถ้ามีการลักลอบขนเข้ามาได้ ก็มีสายข่าววางไว้ที่จะดำเนินการสืบสวนจับกุม การตั้งจุดตรวจจุดสกัด ซึ่งที่ผ่านมาก็สามารถจับกุมได้ตลอด กรณีเช่นแถลงข่าววันนี้ วันเดียวสามารถจับกุมได้ 4 คดี จำนวน 828,000 เม็ด

ในส่วนของการสอบสวนผู้กระทำผิด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้สืบสวนสอบสวนตามพยานหลักฐาน สอบสวนให้แน่นหนา และดำเนินการกับผู้กระทำผิด ส่วนของผู้เสพการบำบัดฟื้นฟูได้ร่วมกับฝ่ายปกครองในการดำเนินการเพื่อตัดวงจรยาเสพติดให้หมดไป เพราะเรื่องยาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญแห่งชาติ ในส่วนนี้ตำรวจภูธรภาค 3 ก็น้อมรับนโยบายท่านนายกรัฐมนตรีและท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด

จากนั้น พล.ต.ท.อาทิชา พร้อมคณะ ได้เดินทางไปที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตอุบลราชธานี ลงเรือร่วมปฏิบัติการลาดตระเวนทางน้ำ เพื่อตรวจสอบพื้นที่แนวชายแดนบริเวณสถานีเรือเขมราฐ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตอุบลราชธานี โดยเส้นทางการลาดตระเวนเริ่มจากสถานีเรือเขมราฐ ไปจนถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลเขมราฐ (ตลาดลานดอกจาน) เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร
การลงพื้นที่ของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดน รวมถึงส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในพื้นที่.



