เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล., พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล., พ.ต.ท.จิระพันธุ์ รุจิระกุล รอง ผกก.6 บก.ทล., พ.ต.ท.ธนพล ยอดกัณหา รอง ผกก.6 บก.ทล. และ พ.ต.ท.ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ สวญ.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. นำกำลังชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.สมโภชน์ บุญชะยา สว.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. สนธิกำลังร่วมกับ สภ.สิรินธร และ แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2 เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาแก๊งลักตัดสายไฟทางหลวง

เจ้าหน้าที่ได้นำหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เข้าจับกุม นายอนุวัตร หรือเล็ก (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี และ นายพีระภัทร หรือพี (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ชาว ต.นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์เวลากลางวันและเวลากลางคืน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” พร้อมยึดของกลาง รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, เศษปลอกสายไฟครึ่งกระสอบ, อุปกรณ์ตัดสายไฟ, ถุงมือกันไฟช็อต และลวดทองแดง 2 กิโลกรัมที่ตามยึดคืนมาจากร้านรับซื้อของเก่า

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25-26 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุคนร้ายตระเวนงัดตู้ควบคุมไฟส่องสว่างและตัดสายไฟทางหลวงหมายเลข 217 (กม.70-73) ทางเข้าเขื่อนสิรินธร จำนวน 3 ตู้ติดต่อกัน ส่งผลให้ไฟถนนดับมืดสนิทเป็นทางยาว เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญและทางไปจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนรู้ตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นวัยรุ่นติดยาและมีประวัติคดีทรัพย์หลายครั้ง จึงขออนุมัติหมายจับและรวบตัวได้ภายในเวลาเพียง 46 ชั่วโมงนับจากรับแจ้งเหตุ

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า ใช้ไขควงและมีดงัดตู้ไฟ สวมถุงมือกันไฟช็อตใช้คีมตัดสายไฟไปปอกเปลือกที่กระท่อม แล้วนำทองแดง 2 กิโลกรัมไปขายร้านของเก่าได้เงินเพียง 600 บาท นำไปแบ่งกันซื้อยาบ้ามาเสพ ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวมักถูกมองว่าเป็น “ฆาตกรทางอ้อม” เนื่องจากทำให้ถนนมืดจนเกิดอุบัติเหตุพรากชีวิตประชาชน ขณะที่งบประมาณซ่อมแซมสูงถึงหลักแสนบาท ทั้งนี้ CIB ฝากเตือนร้านรับซื้อของเก่าให้ตรวจสอบบัตรประชาชนและที่มาสินค้า หากรับซื้อสายไฟหลวงอาจตกเป็นผู้ต้องหาคดี “รับของโจร” หากประชาชนพบเห็นเหตุสงสัย แจ้งสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง