เริ่มต้นปีใหม่หลายคนอาจเลือกใช้โอกาสนี้เปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ถือเป็นฤกษ์ดีสำหรับการจัดบ้าน จัดเก็บสิ่งของเหลือใช้ แต่งเติมบรรยากาศใหม่ ๆ ให้บ้านอยู่สบาย อบอุ่น เป็นของขวัญให้ตนเอง และสมาชิกในบ้าน…

        การจัดบ้าน การปรับเปลี่ยนมุมเดิมเป็นมุมใหม่ ๆ เป็นวิธีที่สามารถเพิ่มความสดใส สดชื่นให้กับบ้าน อาจารย์วริศว์ สินสืบผล อาจารย์ประจำ หัวหน้าสาขาวิชาออกแบบภายใน วิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ไอเดียจัดบ้าน ชวนมอง

       เทรนด์แต่งบ้านของปีนี้ว่า จากสถานการณ์โควิดที่ต้องปรับตัวในหลายด้าน พื้นที่ที่เคยใช้งานปกติของบ้านอาจใช้เป็นห้องทำงาน ห้องเรียนออนไลน์ ฯลฯ การจัดบ้านในโอกาสนี้ในช่วงที่ยังมีเวลาหยุดอาจกลับมาจัดเก็บ ปรับบ้านให้เป็นบ้าน มีพื้นที่รีแลกซ์ มีพื้นที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้สมบูรณ์ เก็บสิ่งที่เคยรกให้เป็นระเบียบ ในเบื้องต้นนี้ก็ช่วยทำให้บ้านสวยน่าอยู่

       อีกมุมหนึ่งในเรื่องของดีไซน์ อาจปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่านใหม่ หรือนำต้นไม้เข้ามาตกแต่ง จัดวางในบ้าน ฯลฯ อีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มสีสัน ความสดชื่นให้บ้านได้เช่นกัน อย่างห้องนั่งเล่น หรือห้องทานข้าว หลัก ๆ ควรเคลียร์ของที่ไม่ใช้ออกบ้าง เมื่อเคลียร์ของเหลือใช้ออกไปจะเห็นสเปซ เห็นพื้นที่ที่จะใช้อย่างแท้จริง จากนั้นเลือกตกแต่ง จัดบ้านตามที่ชื่นชอบ สนใจ

       “การเคลียร์สิ่งของ ทำความสะอาดนอกจากจะทำให้มีพื้นที่ ได้ใช้พื้นที่แล้ว ยังทำให้บ้านโปร่งโล่งตาขึ้น การเคลียร์ของอาจเป็นเรื่องยาก แต่ก็ควรต้องเริ่ม หัวหน้าสาขาวิชาออกแบบภายใน อาจารย์วริศว์ให้มุมมองเพิ่มอีกว่า สิ่งของบางอย่างที่ไม่ได้ใช้อาจนำไปบริจาค เป็นประโยชน์ต่อไป ของบางอย่างอาจนำไปเพิ่มมูลค่า เกิดเป็นสิ่งของชิ้นใหม่ ๆ และปัจจุบันในเรื่อง อัพไซคลิ่ง เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจ เป็นเทรนด์ที่ได้รับการพูดถึง”

       หากถามว่าจะทำอย่างไรถ้าทิ้งไม่ลง เคลียร์สิ่งต่าง ๆ ไม่ลงตัวสักที อาจมองไปว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ให้กับคนอื่น เป็นสิ่งที่คนอีกกลุ่มกำลังสนใจ อย่ามองว่าเป็นการทิ้ง แต่เป็นการเปลี่ยนมูลค่า สิ่งใดที่นำมาใช้ตกแต่ง เติมบรรยากาศให้กับบ้านได้ก็นำออกมาใช้ เพิ่มความแปลกใหม่ แปลกตาไปจากเดิม

       “เรื่องเหล่านี้อาจเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยเติมบรรยากาศในบ้าน โดยเฉพาะการเริ่มปีใหม่ ช่วงที่มีเวลาอยู่บ้านอาจใช้ช่วงเวลานี้จัดบ้าน ส่วนในเรื่องเทรนด์ตกแต่ง ในอนาคตมีแนวโน้มไปที่ธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อม มองในเรื่อง Zero Waste การลดคาร์บอน วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

       ในเรื่องของสี ทุกปีจะมีเทรนด์สีออกมาให้ติดตามกัน โดยสีในปีนี้เป็น โทนสีธรรมชาติ สอดคล้องกับความตระหนักในเรื่องธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และอีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาเป็นเรื่องของ ดิจิทัล มีทิศทางในเรื่องการจัดการพื้นที่รอบตัวของตนเองเพิ่มขึ้น การตกแต่งบ้านจะมีในเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาเสริม ซึ่งเป็นไปได้ สะท้อนผ่านสีที่เป็นดิจิตอลไลฟ์ ซึ่งสองแนวทางที่ชัดเจนนี้ ส่งผลมาถึงแนวทางการจัดบ้าน

       จากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป การใช้พื้นที่ต่าง ๆ ในบ้านก็จะปรับเปลี่ยนไป พื้นที่ของครัวอาจไม่จำเป็นต้องมาก ใช้พื้นที่ส่วนนี้เพิ่มให้กับส่วนอื่นของบ้านแทน นอกจากนี้การจัดบ้านสร้างบรรยากาศการอยู่อาศัย อาจารย์วริศว์ให้มุมมองเพิ่มอีกว่า อาจมองถึงการเชื่อมพื้นที่กับธรรมชาติเพิ่มขึ้น

       “ถ้าเป็นห้องนั่งเล่นอาจนำไม้กระถางมาจัดวาง เพิ่มพื้นที่สีเขียว หรือถ้าเป็นที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ อาจปลูกต้นไม้ใหญ่ซึ่งไม่ใช่เป็นแค่การตกแต่ง แต่ยังให้ความร่มรื่น ร่มเงาไม้ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย โดยถ้าเรานั่งเล่นอยู่ในบ้าน ได้มองต้นไม้เห็นความเขียวความสดชื่นเหล่านี้ช่วยให้สบาย เพลิดเพลิน”

       นอกจากนี้อาจใช้ สี ปรับแต่ง บ้านใดที่อยู่อาศัยมายาวนาน อาจปรับแต่งโทนสี อาจเลือกโทนสีที่เป็นเทรนด์ สีครีม สีฟ้าน้ำทะเล หรือเลือกโทนสีที่สบายตา ผ่อนคลาย ก็ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา หรือถ้าต้องการให้มีความเป็นธรรมชาติอาจเลือกเป็นสีครีม ขาว เมื่อตัดกับสีเขียวของต้นไม้ภายนอก หรือไม้กระถางที่ปลูกในบ้าน ยิ่งทำให้มีบรรยากาศสบาย ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ

       ส่วนที่ผ่านมาหากไม่มีของตกแต่ง หรือตกแต่งอะไรให้กับบ้านมากนัก อาจเลือกใช้พรมที่เป็น วัสดุจากธรรมชาติ โทนสีน้ำตาล เอิร์ทโทน ทำให้ดูสบาย ๆ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านน่ามอง อบอุ่น ขณะที่การเลือกเฟอร์นิเจอร์นำมาตกแต่งต้องกลับมาดูเรื่องการใช้งาน มีฟังก์ชั่นใช้งานได้สมบูรณ์แบบ

       “เฟอร์นิเจอร์บางอย่างอาจต้องปรับเปลี่ยนบ้าง ส่วนจะเปลี่ยนไปอย่างไร ถ้าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนคงเป็นเรื่องยาก เพราะ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ แต่หากอยู่คนเดียว พักอาศัยอยู่คอนโดมิเนียม อาจลดทอนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นชิ้นใหญ่ ๆ และที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง ก็จะช่วยให้บ้านดูโปร่ง โล่ง ทำให้บ้านอยู่สบายขึ้น”

       อีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญคือ แสง โดยส่วนนี้จะช่วยเติม เสริมบรรยากาศให้บ้าน หากมีกำลังทรัพย์ในการเปลี่ยนแปลงหรือจัดแต่งบ้าน อาจมีโคมไฟตั้งพื้น โคมไฟตั้งโต๊ะเพิ่ม ทั้งนี้หลายบ้านอาจมีไฟดวงกลางของบ้านเปิดให้ความสว่าง แต่ในแง่ของการจัดบ้านตกแต่งบ้าน ในมุมของอินทีเรียจะคิดถึงเรื่องแสงเป็นสำคัญ

       บางห้องไม่จำเป็นต้องสว่าง ก็จะใช้ไฟที่สลัว ๆ ลงนิดหนึ่ง หรือบางห้องต้องใช้ไฟสว่างเพิ่มขึ้นก็จะดีไซน์ส่วนนี้ เป็นไอเดียสร้างความมีชีวิตชีวา เพิ่มบรรยากาศใหม่ ๆ ให้กับบ้าน แต่อย่างไรแล้วในมิติของการจัดแต่งบ้านจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นกับผู้อยู่อาศัย

       หัวหน้าสาขาวิชาออกแบบภายใน อาจารย์วริศว์ให้มุมมองเพิ่มอีกว่า ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่คำนี้บอกเล่าไว้อย่างชัดเจน โดยหากเป็นการดูแลบ้าน จัดบ้านดังที่กล่าวมาคงต้อง มองสิ่งใกล้ตัวที่อาจคาดไม่ถึซึ่งก็คือ ปริมาณของในบ้าน เยอะชิ้นไปหรือไม่หรือจำเป็นอย่างไร จะต้องมีไว้มั้ย สิ่งเหล่านี้จะทำให้พื้นที่ในบ้านถูกจำกัด และเราก็จะถูกจำกัดการใช้งานไปด้วย และอาจทำให้อึดอัดไปโดยไม่รู้ ทั้งนี้สาเหตุมาจากของที่มีอยู่ในบ้าน มีมากเกินไป

       จากที่กล่าวในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์คงต้องกลับมาดูที่ตัวเอง สิ่งที่มีอยู่เกินความจำเป็นหรือไม่ หรือขาดไปหรือเปล่า การเลือกนำมาใช้จึงมีความสำคัญ บางอย่างมีขนาดใหญ่เกินไปเมื่อนำมาจัดแต่งบ้านก็ให้ความอึดอัด หรือบางคนเลือกเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น แบบมินิมอลเกินไปก็อาจขาดความสบาย

       อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของตกแต่ง ชอบอะไร อินกับเรื่องไหนอยู่ บางครั้งอาจลืมสิ่งเหล่านี้ไปก็นำมาเป็นไอเดียแต่งบ้าน เติมความมีชีวิตชีวาได้เช่นกัน อย่างเช่นอาจเลือกพรมผืนใหญ่ไว้กลางบ้าน หรือมีโต๊ะเล็ก ๆ น่ารักอยู่หัวเตียง ฯลฯ เช่นเดียวกับ แสง ซึ่งมีรายละเอียด มีความสำคัญ เป็นสิ่งที่จะสร้างความสุข สร้างความมีชีวิตชีวาได้เช่นกัน โดยช่วงเวลานี้ ช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นปีใหม่อาจนำมาทบทวน เป็นไอเดียนำมาเติมบรรยากาศบ้านที่เข้ากับตัวเรา

       จัดบ้านให้รื่นรมย์น่าอยู่อาศัย อบอุ่น มีแต่ความสุขความสบายใจ สดชื่นรับปีเสือ.