สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่าบริษัทไบแนนซ์ แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยว่า สามารถชดเชยสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกขโมยไปจากการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งประวัติการณ์ มูลค่า 6,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 212,436 ล้านบาท) ได้แล้ว 90% ด้วยการใช้เงินทุนของบริษัทเข้าซื้อโทเคนกลับคืน
แถลงการณ์ของไบแนนซ์ระบุว่า สินทรัพย์ส่วนที่เหลืออีก 10% เป็นโทเคนที่มีสภาพคล่องต่ำ ทำให้การจัดซื้อกลับคืนอาจต้องใช้เวลานานขึ้น โดยบริษัทให้คำมั่นว่าจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด และผู้ใช้งานจะไม่ได้รับผลกระทบทางการเงินจากเหตุการณ์นี้
นายริชาร์ด เต็ง ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ร่วมของไบแนนซ์ ยืนยันว่า บริษัทได้เติมสินทรัพย์ที่สูญหายกลับคืนแล้ว 90% และจะดำเนินการชดเชยส่วนที่เหลือให้ครบถ้วน
ก่อนหน้านี้ ราคาคริปโตเคอร์เรนซีปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ ท่ามกลางความพยายามของไบแนนซ์ ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ว่าสินทรัพย์ของผู้ใช้งานยังปลอดภัย หลังเกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ ซึ่งนักวิเคราะห์และสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เชื่อว่า เป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์ “เทรดเดอร์ เทรเตอร์” ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ
Binance replenishes 90% of assets stolen in security incident https://t.co/EdsWH2OZHi
— Reuters (@Reuters) October 31, 2026
สำหรับงบประมาณที่ไบแนนซ์นำไปซื้อโทเคนกลับคืนมาจากกองทุนฉุกเฉินหรือกองทุนคุ้มครองสินทรัพย์ของผู้ใช้งาน (Secure Asset Fund for Users-SAFU) มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,720 ล้านบาท) ซึ่งเป็นทุนสำรองบิตคอยน์สำหรับคุ้มครองลูกค้าเมื่อเกิดเหตุด้านความปลอดภัย รวมถึงกองทุนประกันความเสี่ยงการซื้อขายล่วงหน้าและเงินทุนของบริษัทเอง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



