สำนักข่าวต่างประเทศจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ว่า สื่อหลายแห่งของสหรัฐรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูง ว่าทำเนียบขาวเตรียมแผนรับมือความเป็นไปได้ที่พรรคเดโมแครตจะกลับมามีอำนาจควบคุมทั้งสองสภาในสภาคองเกรส หลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. นี้ โดยวางแนวทางให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถผลักดันนโยบายสำคัญผ่านอำนาจฝ่ายบริหารต่อไปได้ แม้ต้องเผชิญกับการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลจากฝ่ายตรงข้าม


เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาว รวมถึงนายสตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว และนายรัสเซลล์ วอท ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและงบประมาณ ทำงานร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายทำเนียบขาวมาตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณามาตรการด้านการเข้าเมือง ภาษีศุลกากร ค่าที่อยู่อาศัย และการใช้จ่ายภาครัฐ ที่ทรัมป์สามารถดำเนินการได้เอง โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรส


นายวิลล์ ชาร์ฟ ที่ปรึกษากฎหมายทำเนียบขาวและทีมงาน กำลังพิจารณาขอบเขตอำนาจตามกฎหมายของประธานาธิบดี รวมถึงแนวทางขยายการใช้อำนาจและต่อสู้คดีในศาล หากมาตรการเหล่านั้นถูกท้าทายทางกฎหมาย


หากพรรครีพับลิกันสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส พรรคเดโมแครตจะสามารถเปิดการสอบสวนรัฐบาล ขัดขวางร่างกฎหมาย และจำกัดการใช้จ่ายตามนโยบายของทรัมป์ได้ แต่ผู้นำสหรัฐยังคงมีอำนาจฝ่ายบริหารอย่างกว้างขวาง ทั้งด้านการค้า นโยบายต่างประเทศ และระบบราชการ โดยทรัมป์เคยกล่าวว่า หากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก เขาอาจใช้สิทธิยับยั้งร่างกฎหมายเป็นเวลา 1-2 เดือน ก่อนหันมาเจรจาประนีประนอม

ทั้งนี้ พรรคเดโมแครตต้องชนะเพิ่มอย่างน้อย 4 ที่นั่ง ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อพลิกเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกัน ซึ่งปัจจุบันครองอยู่ 218 ต่อ 214 ที่นั่ง และ 53 ต่อ 47 ที่นั่งตามลำดับ แม้ผลสำรวจความคิดเห็นให้น้ำหนักพรรคเดโมแครตในศึกชิงสภาผู้แทนราษฎร แต่การแข่งขันในวุฒิสภายังสูสี


มาตรการที่ทำเนียบขาวกำลังพิจารณา ได้แก่ การขึ้นภาษีนำเข้าแร่ธาตุสำคัญและกังหันลม การเพิ่มความเข้มงวดในการออกวีซ่าให้นักศึกษาต่างชาติและแรงงานต่างด้าวชั่วคราว ตลอดจนมาตรการลดต้นทุนที่อยู่อาศัยและการก่อสร้าง


นอกจากนี้ วอทยังศึกษาการนำงบประมาณที่สภาคองเกรสอนุมัติไว้แล้วมาใช้ผลักดันนโยบายของรัฐบาล รวมถึงปรับหลักเกณฑ์เงินอุดหนุนของรัฐบาลกลาง เพื่อเพิ่มอำนาจให้ผู้ได้รับแต่งตั้งทางการเมืองมีส่วนตัดสินใจจัดสรรเงินภาษีประชาชน


อย่างไรก็ตาม หากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา จะสามารถขัดขวางการรับรองบุคคลที่ทรัมป์เสนอให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ทั้งผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร รวมถึงผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลสูงสุด ขณะที่ศาลสามารถสั่งระงับมาตรการของประธานาธิบดีที่ใช้อำนาจเกินขอบเขตตามกฎหมายได้


แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ฝ่ายกฎหมายทำเนียบขาวได้เตรียมเจ้าหน้าที่และผู้บริหารหน่วยงานรัฐบาลให้รับมือกับการสอบสวน การขอเอกสาร และหมายเรียกจากสภาคองเกรส พร้อมแนะนำให้ระมัดระวังการบันทึกข้อความเป็นลายลักษณ์อักษร และยังขอความเห็นทางกฎหมายจากกระทรวงยุติธรรม เกี่ยวกับการใช้เอกสิทธิ์ฝ่ายบริหาร เพื่อปกป้องการสื่อสารระหว่างทรัมป์กับที่ปรึกษาส่วนตัวจากการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS