วานนี้ (1 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โทมัส มาร์เคิล ซีเนียร์ วัย 82 ปี อดีตผู้กำกับการจัดแสงภาพยนตร์ฮอลลีวูดและพ่อของเมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ถูกส่งตัวไปยังสถานดูแลผู้ป่วยเฉพาะทางด้านความจำในรัฐฟลอริดา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 3,000 ปอนด์ (ราว 13,500 บาท)
การย้ายเข้าที่พักผู้ป่วยของ มาร์เคิล ซีเนียร์ ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มีรายงานการค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับสื่ออนาจารเด็กชุดที่ 2 ในห้องเก็บของใกล้กับสถานที่ที่เคยเป็นบ้านพักของเขาในเมืองโรซาริโต ประเทศเม็กซิโก
การสืบสวนโดยมี มาร์เคิล ซีเนียร์ เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีใคร่เด็ก เริ่มต้นขึ้นหลังจาก โทมัส มาร์เคิล จูเนียร์ บุตรชายวัย 60 ปีของเขา พบกล่องบรรจุคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ การ์ดความจำ ดีวีดี กล้องถ่ายรูป นิตยสาร และหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก จากข้าวของของบิดาที่บ้านพักในฟิลิปปินส์ จึงส่งมอบให้ตำรวจเพื่อตรวจสอบ ซึ่งคาดว่ามีภาพอนาจารเด็กหลายร้อยหรืออาจจะเป็นพันภาพ
ต่อมา เมื่อมีการตรวจค้นเพิ่มเติมที่ห้องเก็บของซึ่ง มาร์เคิล ซีเนียร์ เช่าไว้ แต่ค้างชำระค่าเช่าในเม็กซิโก ก็พบภาพถ่ายขาวดำ 31 ภาพ ซึ่งเกือบครึ่งเป็นภาพเด็กหญิงชาวเอเชีย และมีภาพที่ปรากฏตัวเขานั่งอยู่ข้างเด็กหญิงบนเตียงในโรงแรม รวมถึงม้วนวิดีโอมากกว่า 50 ม้วน และหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติ

ก่อนหน้านี้ มาร์เคิล ซีเนียร์ มีประวัติปัญหาด้านสุขภาพมาอย่างยาวนาน เขาได้รับการดูแลโดย มาร์เคิล จูเนียร์ หลังจากป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองในปี 2565 ก่อนย้ายไปอยู่ที่เมืองโรซาริโต ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนสหรัฐราว 16 กม. และย้ายไปยังเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ในเดือนมกราคม 2568 ต่อมา เขาเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อตัดขาหลังจากเกิดลิ่มเลือดในปลายปี 2568 จากนั้น มาร์เคิล ซีเนียร์ จึงเดินทางกลับสหรัฐเพื่อรับการรักษาในฟลอริดา
อย่างไรก็ตาม การย้ายเข้าสู่สถานพยาบาลผู้ป่วยสมองเสื่อมได้สร้างความกังวลว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐหรือเอฟบีไออาจไม่สามารถเข้าสอบปากคำเขาได้ โดย สเปนเซอร์ คูวิน ทนายความในฟลอริดา ได้อธิบายถึงข้อจำกัดทางกฎหมายว่า “คุณไม่สามารถเดินพรวดพราดเข้าไปในสถานดูแลผู้ป่วยความจำแล้วทำการสอบปากคำได้ ทนายความที่มีฝีมือทุกคนสามารถทำให้การสอบปากคำนั้นเป็นโมฆะได้ และเอฟบีไอเองก็รู้ดี”
นอกจากนี้เขายังระบุเพิ่มเติมว่า ถ้าใครถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมหรือมีความบกพร่องทางความจำ จะทำให้พวกเขาไม่สามารถสละสิทธิ์ทางกฎหมายของตัวเองได้อย่างรู้เท่าทัน ดังนั้น จึงต้องมีความเห็นจากแพทย์คนกลางยืนยันก่อนว่าเขาสามารถรับการสอบปากคำได้จริง และต้องมีผู้พิพากษาลงนามอนุมัติให้เขาพูดได้ด้วย
“ตอนนี้ทางสถานดูแลสุขภาพจิตที่เขาอยู่ สามารถให้ทีมแพทย์สั่งระงับไม่ให้เข้าสอบปากคำได้เลย ทำให้ฝ่ายรัฐบาลจำเป็นต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตสอบปากคำ แล้วให้ผู้พิพากษาเป็นคนพิจารณาอนุมัติตามความสามารถของเขา ซึ่งทางเอฟบีไอเองก็รู้ดีถึงความยุ่งยากนี้”
แม้ว่า โทมัส มาร์เคิล ซีเนียร์ จะออกมายืนยันก่อนหน้านี้ โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างหนักแน่นว่า “ผมไม่ใช่พวกใคร่เด็ก ผมไม่เคยทำเรื่องแย่ๆ กับเด็ก ไม่เคยเลย” พร้อมทั้งระบุว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็น “เรื่องโกหกทั้งเพ” และอ้างว่าตนเองกำลังถูก “จัดฉาก” แต่ พันเอก อัลเลน เรย์ โค โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ ได้เปิดเผยถึงการประสานงานกับหน่วยงานสหรัฐว่า “เอฟบีไอได้แสดงความพร้อมที่จะช่วยเหลือ หากเราต้องการการสนับสนุนในการสืบสวนคดีนี้”
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : thesun.co.uk
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



