เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 พ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้เดินทางเข้ายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานงบการเงินของ “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้” ต่อคณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่
ทนายตั้ม เปิดเผยว่า งบการเงินช่วงต้นปีถึงเดือน ธ.ค. 68 พบรายการธุรกรรมน่าสงสัยหลายรายการ ทั้งการซื้อที่ดินมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท การซื้อยานพาหนะรวมมูลค่าราว 20 ล้านบาท ตลอดจนการนำเงินไปจ่ายค่าการ์ดดูแลความปลอดภัย โดยพบว่ามีการโอนเงินในช่วงเวลา 01.00-02.00 น. ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเพื่ออนุมัติวงเงินตามข้อบังคับหรือไม่ ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่าการทำงานของ DSI อาจต้องใช้เวลา เนื่องจากคดีนี้มีความซับซ้อนและมีการใช้บริษัทเข้ามาซัพพอร์ต ซึ่งแตกต่างจากกรณีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา ที่เป็นการโอนเงินตรงไปยังผู้รับเหมา ทำให้ตรวจสอบได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น โดยยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับทนายเดชา เพียงแต่ขอห่างชั่วคราว เพราะทนายเดชาไปใกล้ชิดกับคนที่ตนรังเกียจ และหากจบเรื่องนี้ก็พร้อมกลับมาพูดคุยรับประทานอาหารกันได้ตามปกติ
ทางด้าน คณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม DSI ได้เปิดเผยความคืบหน้าในช่วงบ่ายวันเดียวกันว่า ทาง DSI ไม่ได้สืบสวนล่าช้าแต่อย่างใด โดยขณะนี้ได้สอบปากคำพยานไปแล้วหลายสิบปาก มีทั้งคนใกล้ชิด บริษัทคู่ค้า ตลอดจนดารานักแสดงที่เคยบริจาคเงิน เช่น หนุ่ม กรรชัย และ พุทธอภิวรรณ ส่วนการตรวจสอบเอกสารการจัดตั้งมูลนิธิจากกรมการปกครองพบว่าดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอน แต่สิ่งที่ต้องเร่งตรวจสอบคือการนำเงินไปใช้จริงว่าผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ซึ่งคดีนี้มีความซับซ้อนและมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งยังไม่มีผู้เสียหายร้องทุกข์โดยตรงเหมือนกรณีช่างเอ๋ในคดีของ บุ๋ม ปนัดดา อย่างไรก็ตาม DSI อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และเตรียมจะออกหนังสือเชิญ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช หรือ กัน จอมพลัง เข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานในเร็ววันนี้.



