ทำเอาแฟนๆ และบรรดาขาเผือกตาโตกันเป็นแถบ เมื่อพระเอกหนุ่มทรงเสน่ห์แห่งช่อง 3 อย่าง “เด่นคุณ งามเนตร” ได้ออกมาเปิดใจกับกองทัพสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในงานเปิดตัวภาพยนตร์ “กะเทยไทบ้าน ไวรัสสร้างโลก” ถึงสถานะหัวใจที่กำลังชมพูฉ่ำวาว หลังถูกจับตาว่ากำลังซุ่มปลูกต้นรักกับ “จีนส์-จิรชยา แอนโฟเน่” ลูกสาวคนสวยดีกรีนักเรียนนอกของคู่รักผู้จัดชื่อดัง “นก-จริยา” และ “จอนนี่ แอนโฟเน่”

โดยหนุ่มเด่นคุณยอมรับแบบเขินๆ ว่า “หัวใจผมก็เหมือนสีคนทั่วไปแหละเป็นสีแดงยังเต้นอยู่เหมือนเดิม (ยิ้ม) จริงๆ เราเคยสัมภาษณ์มาหลายครั้งมากตั้งแต่ประมาณต้นปีครั้งที่แล้ว ว่าเราคุยกับคนคนหนึ่งตั้งแต่มกรา กุมภา มีนา เมษา เริ่มคบหาประมาณเมษา พฤษภา เราก็พูดมาตลอด เราก็อยากดูๆ กันไปก่อน แล้วตอนนี้มันผ่านมาประมาณหกถึงเจ็ดเดือนแล้ว ในความรู้สึกของเรา เราก็รู้สึกว่าอยากจะดูไปเรื่อยๆ ให้มันละเอียดก่อน เพราะรู้สึกว่าการมาพูดอะไรแบบนี้มันอยากให้พร้อมทั้งหมด มันก็จะประมาณหกเจ็ดเดือน ทีนี้ผมก็เลยกลับไปถามเขาว่าพูดได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว เราก็ปรึกษาเขา เขาก็บอกโอเคแล้วแหละ
แล้วจริงๆ เราเจอกันตั้งแต่งานปีที่แล้วแล้วครับ ผมไปเจอเขา ผมก็มาประทับใจ รู้สึกว่าผมโดนสะกด ก็ไม่ได้มีพ่อสื่อแม่สื่อ ไม่ได้มีอะไร คือเราชอบเอง แล้วเราก็จีบเองคุยเองทักเอง แต่ว่าตอนนั้นก็ยังไม่ได้แบบจีบ แต่แค่รู้สึกว่าประทับใจเฉยๆ มันมาเริ่มอีกทีประมาณมีนาเมษา อาการเหมือนโดนสะกด คือผมก็พูดไปเรื่อยตามสไตล์ผม เพราะรู้สึกประทับใจรู้สึกชอบ ชอบในความอ่อนโยนความน่ารัก เราชอบ แล้วพอเราได้คุยกันก็รู้สึกว่า มันแปลกที่ไลฟ์สไตล์เราค่อนข้างตรงกัน คุยภาษาเดียวกัน แล้วไม่มีเรื่องที่ทำให้เราต้องรู้สึกขัดแย้งกัน เป็นที่ปรึกษากันได้ดี
ถามว่าไม่กลัวพ่อแม่เขาเหรอ คนชอบกัน เราก็ต้องเกรงใจเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นใคร เราชอบเราก็ต้องจีบก่อน เราจะไปจีบพ่อแม่เขาก่อนไหม (หัวเราะ) เราต้องแสดงความบริสุทธิ์ความจริงใจให้เขาเห็น ว่าเราไม่ได้เล่นนะ ไม่ได้ตลกนะ เราก็จริงจัง ถามว่าเจอคุณพ่อคุณแม่เขาบ่อยไหม อันนี้ให้เป็นเรื่องส่วนตัวในครอบครัวเขาดีกว่า เอาเป็นว่าผมชอบน้องเขาก็พอ ถามว่าตอนนี้ยังเป็นคนคุยหรือว่าเป็นแฟนแล้ว ผมว่าจริงๆ คนเราก็ต้องเรียนรู้กันทั้งชีวิต ศึกษาไปทั้งชีวิต ถ้าอยากจะมองเป็นแฟนได้ ถ้าอยากจะมองเป็นแบบไหนก็ได้ แต่เราก็ต้องเรียนรู้กันทั้งชีวิต ประทับใจและชอบมากที่สุดไหม ก็ใช่ครับ

ส่วนมันเปลี่ยนตัวตนของเราไหม ไม่ครับ ผมก็เหมือนเดิมนี่แหละ แต่ว่าบางทีเราไม่ได้แสดงตัวตนของเราให้กับคนอื่นเห็นในมุมมองของคนอื่นในตัวตนของเราจริงๆ แต่ในตัวตนจริงๆ ของเรากับตัวตนจริงๆ ของเขา โอเคมันคลิกกัน เราก็เลยตัดสินใจลองคุยกันเล่นๆ ตอนแรกๆ ก็ยังไม่ได้อะไรมาก แต่พอคุยกันเราชอบอะไรเหมือนกัน เราทำอะไรคล้ายๆ กัน วิธีคิดความชอบที่คุยกันได้ เราคุยกันได้ยาวมากๆ คุยได้เรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด เราไม่รู้สึกที่คุยกันแล้วรู้สึกเบื่อ ไม่ได้รู้สึกแย่ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้มามันกลับมีเรื่องอะไรใหม่ๆ ให้เราได้ตื่นเต้นด้วยกันได้เสมอ ไม่เคยมีความรู้สึกว่าคุยเรื่องเดิม ความชอบของเรามันค่อนข้างเอนไปในทิศทางเดียวกัน แล้วในมุมของเขาก็คอยเตือนเรา บางอย่างเราก็คอยบอกเขาได้ในบางเรื่องที่เราอาจจะถนัด แต่เขาอาจจะไม่ถนัด เราก็มีมุมมองและแชร์กันมากมายมันก็ไปกันได้
มีอะไรที่ทำให้เราเกร็งไหมในความสัมพันธ์นี้ ไม่หรอก มันก็รู้สึกว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เราก็ไม่รู้ว่าการที่เราออกสื่อมวลชนมันจะเป็นแบบไหน แต่ในมู้ดที่เราอยู่ด้วยกัน เรารู้สึกว่ามันอบอุ่นมากๆ เลย แล้วเรารู้สึกว่าการแสดงออกหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบอกสถานะมันก็เหมือนกับการแสดงความจริงใจด้วย แล้ว Feedback ทางเขา เขาก็ชอบ แต่เราก็ยังอยากเซฟพื้นที่ส่วนตัวของเขา แล้วก็เซฟพื้นที่ส่วนตัวของใครหลายๆ คน ถามว่าเขาชอบอะไรในความเป็นเรา เยอะมาก ในสิ่งที่เขาชอบในตัวเรา มันหลายอย่างที่เขาประทับใจ

เราฟังแล้วก็รู้สึกประทับใจสิครับ เรามีมุมมองคล้ายกัน สิ่งที่เขาประทับใจเรามันเป็นสิ่งที่เขาบอกกับเรา คือสิ่งนั้นมันเป็นตัวตนเราจริงๆ ยกตัวอย่างเช่นความจริงใจ เขาจะชอบมาก ส่วนผมก็จะชอบที่เขาเป็นคนหวานๆ อ่อนๆ อ่อนหวาน เรารู้สึกว่า เราจะไปทำอะไรให้เขาเสียใจได้ยากมากๆ ได้มีโอกาสเปิดตัวชัดเจนแน่นอน เนื่องในโอกาสสำคัญ เช่นในวันที่เราไปเที่ยวด้วยกันหรืออะไรแบบนี้ อาจจะเกิดขึ้นไม่นาน เพียงแต่ว่าช่วงนี้เราทำงานกันเยอะมาก น้องเขาก็เก่งมากๆ อย่างที่ผมให้สัมภาษณ์ครั้งที่แล้ว เขากำลังทำงาน เขากำลังฝึกในสายงานของเขา ซึ่งเขาเก่งมากๆ มากจนผมตกใจ ผมไปนั่งดูเขาทำงานหลายๆ ครั้ง เขามีความเป็นมืออาชีพสูง ตรงนี้ก็อาจจะทำให้ผมชอบเขาด้วยเหมือนกันครับ
เราได้แนะนำอะไรเขาไหมในเรื่องของการทำงาน ผมเชื่อว่าเขารู้อยู่แล้ว เขาเป็นคนเก่ง เขาได้ประสบการณ์ต่างๆ มาจากการเรียนรู้ของเขา การที่เขาดูสื่อต่างประเทศในการทำงาน เขาดูการทำงานของต่างประเทศเอาวิธีมาใช้ วิธีคิดของคนต่างชาติเขาคิดยังไง เขาไม่ได้มองว่าทำแบบนี้ต้องก๊อบ แต่เขาดูวิธีคิดของแต่ละคน เขาเป็นคนที่ฉลาดมากๆ มากที่สุด ถามว่ารอเวลาในการที่จะเปิดตัวหรือลงรูป ไม่ได้รอเวลาหรอกครับ เพียงแต่ว่าตอนนี้ผมไม่มีโอกาสเพราะผมต้องทำงาน น้องก็ทำงาน ตอนนี้ก็ติดถ่ายอะไรเยอะเลย
ตอนนี้ก็มีกำลังใจในการทำงานและมีกำลังใจจากพวกคุณด้วย ผมเห็นหน้าตาพวกคุณทีไรเวลาสัมภาษณ์ผม ผมรู้สึกอบอุ่นมากๆ เลย ผมชอบมากๆ เลย จริงใจสาบาน (เห็นมีความรักทีก็หล่อ?) ทุกคนฉีดยากันจริงๆ เลย พอมีข่าวออกไปแล้วเขาก็ส่งมา แต่จริงๆ ข่าวไม่ตรงปก ที่ผมพูดครั้งที่แล้วผมไม่ได้พูดเยอะขนาดนั้น เขาอาจจะไม่ได้แต่งเติมหรอกแต่เขาอาจจะรู้มากกว่านั้น แต่เราไม่ได้พูดมากขนาดนั้น ก็อยากเซฟเขาด้วย (วันนี้เขามาไหม?) ไม่ได้มาครับ มีติดธุระนิดหน่อย ส่วนกำลังใจส่งให้กันทุกวันอยู่แล้วครับ (ไม่ส่งดอกไม้มาเหรอ?) ดอกไม้ก็เคยได้แล้ว ล้อเล่นไม่ใช่ ก็ไม่เป็นไร เราก็บอกเขาแล้วว่าพักผ่อนเถอะวันนี้เหนื่อยเยอะ วันนี้เขาก็ไม่สบายเล็กน้อย ถามว่าครั้งนี้เราจริงจังหรือยังไงบ้าง เรามองอนาคตไกลขนาดไหน จริงจังในทุกๆ วัน (อยากให้ความสัมพันธ์ดูแลกันไป?) ใช่ครับ”



