เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 69 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฝ่ายค้านพร้อมเดินหน้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตาม ม.151 ไม่มีแผนยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตาม ม.152 เพิ่มเติม | ร่วมผลักดัน 4 ข้อเสนอเรื่องงานสภาใน 1 เดือนข้างหน้า
ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ พรรคฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันว่า หมุดหมายที่สำคัญที่สุด สำหรับการทำงานของฝ่ายค้านในช่วงเวลานี้ คือการเดินหน้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ (รธน.) มาตรา 151 ซึ่งเป็นวาระที่เราตั้งใจจะใช้อย่างเต็มที่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าหลายปัญหาที่ประชาชนพบเจอ ทั้งด้านเศรษฐกิจปากท้อง คุณภาพชีวิต และโอกาสในการเติบโตทางหน้าที่การงาน ล้วนมีต้นตอมาจากพฤติกรรมของรัฐบาล ที่พยายามกินรวบอำนาจ พัวพันกับสารพัดการโกง และล้มเหลวในการคาดการณ์ และแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ณ เวลานี้ ทางเรามีความพร้อมแล้ว ทั้งด้านเนื้อหา ข้อมูลหลักฐาน และการจัดสรรเวลาระหว่างผู้อภิปราย แต่ในเมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (ม.151) ถูกขยับไปเป็นช่วงต้นเดือน ธ.ค. เราจะใช้เวลา 1 เดือนที่เหลืออยู่ ในการจับตาและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำของรัฐบาลที่อาจไปซ้ำเติมปัญหาเดิม แทรกแซง ปกปิดหลักฐาน หรือก่อปัญหาใหม่ที่เพิ่มความไม่น่าไว้วางใจ
แม้การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ฝ่ายค้านยังมีสิทธิในการเสนอ (เพิ่มเติมจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151) แต่วันนี้ ทางฝ่ายค้านเรามีข้อสรุปตรงกันว่าเราจะยังไม่มีแผนที่จะดำเนินการตามกลไกดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทางเรายังคงมีโควตาตาม รธน. ที่จะเสนอญัตติดังกล่าวได้ 1 ครั้ง ก่อนจะปิดสมัยประชุมในช่วงสิ้นปี
ในส่วนของการทำงานในสภาตลอดเดือน พ.ย. ทางเราตั้งใจจะใช้กลไกต่างๆ เพื่อตรวจสอบรัฐบาลและผลักดันการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยเรามีข้อเสนอดังต่อไปนี้ 1. ผลักดันญัตติของผู้นำฝ่ายค้านฯ ที่เสนอให้เปิดอภิปรายในที่ประชุมสภา เพื่อให้ สส. เสนอข้อคิดเห็นก่อนการจัดทำงบประมาณ 2571 2. ผลักดันกฎหมาย ที่ยังค้างอยู่ในระเบียบวาระประชุมสภา 3. เปิดประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายในระดับ พ.ร.ป. และ รธน. 4. เพิ่มวันประชุมสภา เพื่อชดเชยวันประชุมที่ถูกเลื่อน เพราะเหตุการณ์น้ำท่วมหรือเหตุอื่นๆ เราหวังว่าทุกภาคส่วนจะร่วมกันผลักดัน 4 ข้อเสนอดังกล่าว เพื่อใช้กลไกสภาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในการแก้ไขปัญหาประชาชน.



