สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ว่าชาวอเมริกันผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ทยอยออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งกลางเทอม โดยกลุ่มรัฐซึ่งเปิดหีบลงคะแนนตั้งแต่เวลา 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (18.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) รวมถึง คอนเนตทิคัต อินดีแอนา เคนทักกี เมน นิวแฮมป์เชียร์ นิวเจอร์ซีย์ นิวยอร์ก และเวอร์จิเนีย


การเลือกตั้งกลางเทอมรอบนี้ เป็นบททดสอบสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเมืองของสหรัฐมานานเกือบ 10 ปี และกลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐเป็นสมัยที่สอง เมื่อปี 2568 โดยทรัมป์เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนมองเสมือนว่า เขาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย ขณะที่คะแนนนิยมของประธานาธิบดีอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนต่อสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อ ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น


การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ เป็นการชิงชัยในทั้ง 435 ที่นั่งของสภาผู้แทนราษฎร และเป็นการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกใหม่ 35 จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง ซึ่งพรรคเดโมแครตต้องชนะเพิ่มอย่างน้อย 3 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และ 4 ที่นั่งในวุฒิสภา จึงจะครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภาได้ หากพรรคเดโมแครตควบคุมสภาใดสภาหนึ่งได้ จะสามารถใช้กลไกตรวจสอบรัฐบาลทรัมป์ได้ง่ายขึ้น


นอกจากการเลือกตั้งสมาชิกในทั้งสองสภาของสภาคองเกรสแล้ว ยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ 36 รัฐ รวมถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาระดับรัฐและการลงประชามติในประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่การเก็บภาษีมหาเศรษฐีไปจนถึงสิทธิในการทำแท้งด้วย


ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันพยายามระดมฐานเสียง ด้วยการจัดเวทีหาเสียงมากกว่า 20 ครั้งนับตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา และโจมตีผู้สมัครของพรรคเดโมแครต ว่าเป็นกลุ่มฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง ขณะที่ผลสำรวจชี้ว่า ประเด็นค่าครองชีพเป็นความกังวลหลักของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หลังนโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ และการโจมตีอิหร่านซึ่งส่งผลให้ต้นทุนค่าครองชีพภายในประเทศเพิ่มขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS