สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้จัดขึ้นโดยสหภาพแรงงานต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มซีจีทีฝ่ายซ้าย และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักศึกษา โดยเกิดขึ้นหลังการประท้วงเรื่องค่าครองชีพ บริการสาธารณะ และการศึกษา ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ความไม่สงบครั้งเลวร้ายที่สุดในฝรั่งเศสในรอบหลายปี

นางเมาด์ เบรฌง โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส ย้ำว่า รัฐบาลจะเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ และจะไม่ยอมให้เหตุการณ์วันที่ 17 ต.ค. เกิดขึ้นซ้ำอีก

สถานีโทรทัศน์บีเอฟเอ็ม ทีวี รายงานว่า ทางการฝรั่งเศสจะระดมกำลังตำรวจประมาณ 70,000 นายทั่วประเทศ ขณะที่หน่วยข่าวกรองภายในประเทศคาดการณ์ว่า จะมีผู้เข้าร่วมการประท้วงนอกกรุงปารีสระหว่าง 500,000-700,000 คน

กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า คาดว่าจะมีครูในโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐเข้าร่วมการนัดหยุดงานประมาณ 17.5% ขณะที่สหภาพแรงงานเตือนว่า การประท้วงอาจเกิดผลกระทบต่อบริการรถไฟ และระบบขนส่งสาธารณะ

ด้านรัฐบาลปารีสได้ออกมาปกป้องยุทธวิธีของตำรวจ พร้อมระบุว่า จะมีการสอบสวนหากพบการใช้อำนาจในทางที่ผิด

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ได้เรียกประชุมด้านความมั่นคงเมื่อวันพุธ (4 พ.ย.) ก่อนที่จะมีการประท้วงเกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวที่เริ่มต้นจากความไม่พอใจของนักศึกษา ได้พัฒนาไปสู่ความท้าทายในวงกว้างต่อรัฐบาลของเขา

เจ้าหน้าที่ใกล้ชิดกับมาครงกเปิดเผยว่า เป้าหมายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ได้แก่ การทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ และจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในบรรยากาศที่สงบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะที่จำนวนโรงเรียนมัธยมที่ถูกปิดล้อมในสัปดาห์นี้ลดลง เมื่อเทียบกับช่วงต้นของการประท้วง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS