กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงบประมาณ จัดทำแผนงานยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) นำร่องด้วยสินค้า “ข้าว” เชื่อมโยงระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุน และขยายตลาด หวังช่วยเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4.6 ล้านครัวเรือนมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น พร้อมเดินหน้า 5 มาตรการรับมือผลผลิตข้าวนาปี และใช้ AI จากระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” เพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการ

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อดันไทยสู่ศูนย์กลางด้านอาหารของภูมิภาคและโลก โดยวางโครงสร้างพัฒนาข้าวไทย 3 ระดับ:

  • ต้นน้ำ: มุ่งเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เนื่องจากปัจจุบันไทยมีผลผลิตเฉลี่ยเพียง 456 กก./ไร่ ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งอย่างกัมพูชา (578 กก./ไร่), ปากีสถาน (598 กก./ไร่), อินเดีย (704 กก./ไร่), เวียดนาม (979 กก./ไร่) และจีน (1,146 กก./ไร่) พร้อมเร่งหามาตรการลดต้นทุนด้านปุ๋ย ค่าแรง พลังงาน และเครื่องจักร
  • กลางน้ำ: เน้นย้ำการแปรรูป สร้างมาตรฐานความปลอดภัย และการเพิ่มมูลค่าสินค้า
  • ปลายน้ำ: เชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยรักษาสมดุลตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยอย่างใกล้ชิด

สรุปภาพรวมส่งออก 9 เดือนแรกปี 69  

  • สถิติส่งออก (ม.ค. – ก.ย. 2569): ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 4.99 ล้านตัน (-19.26%) มูลค่าประมาณ 94,900 ล้านบาท
  • ปัจจัยกดดัน: ราคาข้าวไทยปรับตัวสูงขึ้น และตลาดสำคัญอย่าง อิรัก หดตัวลงเหลือเพียง 9 หมื่นตัน (จากปีปีก่อน 1.1 ล้านตัน) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงคราม ประกอบกับอินเดียเร่งระบายสต็อกและแข่งขันด้านราคา
  • ตลาดที่ขยายตัว: ได้อานิสงส์จากตลาด ฟิลิปปินส์ (+262%) และ มาเลเซีย (+155%) เข้ามาช่วยหนุน
  • ปลัดพาณิชย์ให้กำลังใจ: เผย นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องขอโทษที่ส่งออกพลาดเป้า เนื่องจากปีนี้มีอุปสรรคและปัจจัยภายนอกจำนวนมาก โดยอธิบดีได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ทั้งการบุกตลาดใหม่และการดันข้าวพรีเมียมจนได้ผลดีในอาเซียน

5 มาตรการรับมือข้าวนาปี โดย กรมการค้าภายใน

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุถึงความพร้อมในการดูแลผลผลิตข้าวนาปีที่จะออกสู่ตลาด ด้วย 5 โครงการหลัก:

  1. สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก: ช่วยค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน (เป้าหมาย 3 ล้านตัน)
  • สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม: ชดเชยดอกเบี้ย 3.5% ให้สถาบันเกษตรกร (เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน)
  • ชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก: ชดเชยดอกเบี้ย 3% (เป้าหมาย 4 ล้านตัน)
  • ดูดซับข้าวเปลือกแปรรูปเป็นข้าวถุง: นำมาจำหน่ายให้หน่วยงานรัฐเพื่อรักษาสมดุลราคา (เป้าหมาย 3 ล้านตัน)
  • โครงการข้าวประณีต ระยะที่ 2: ยกระดับพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้ (เป้าหมายเพิ่ม 266 กลุ่ม)

ใช้ AI “ใกล้เก็บเกี่ยว” บริหารข้อมูลเชิงรุก

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้นำระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” ซึ่งประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เข้ามาวิเคราะห์และคาดการณ์พื้นที่ปลูก ปริมาณผลผลิต ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว ตลอดจนแนวโน้มราคาล่วงหน้า เพื่อช่วยให้หน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการวางแผนการรวบรวม แปรรูป และจัดหาตลาดรองรับได้อย่างแม่นยำและเป็นเชิงรุก

 ร.ต.จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เสริมว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานตรงต่อส่วนกลางทุกวัน รวมทั้งให้สำนักสาขาชั่งตวงวัดออกตรวจคุมเข้มท่าข้าวและโรงสี ทั้งเรื่องการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ การหักเปอร์เซ็นต์ความชื้น สิ่งเจือปน และความเที่ยงตรงของเครื่องชั่งน้ำหนัก ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการกดราคารับซื้อจากชาวนา