ฮิวสตัน 6 ม.ค. (ซินหัว) — พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 แห่งชาติสหรัฐ ในนิวออร์ลีนส์ เมืองใหญ่ที่สุดในรัฐลุยเซียนา ทางตอนใต้ของประเทศ เปิดเผยว่าลอว์เรนซ์ บรูกส์ (Lawrence Brooks) ทหารผ่านศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีอายุมากที่สุดในสหรัฐ เสียชีวิตแล้วเมื่อช่วงเช้าวันพุธ (5 ม.ค.) ด้วยวัย 112 ปี
มิลลิทารี ไทมส์ (Military Times) รายงานว่าบรูกส์เสียชีวิตอย่างสงบบนเตียงนอนของตัวเอง ณ บ้านพักในนิวออร์ลีนส์
สตีเฟน วัตสัน ประธานและซีอีโอพิพิธภัณฑ์ฯ เผยว่าบรูกส์เป็นชายผู้มีศรัทธาและจิตใจอ่อนโยน เขาเป็นทหารผ่านศึกอายุมากที่สุดที่เคยรับใช้ประเทศอย่างภาคภูมิสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ความเอื้ออารี รอยยิ้ม และอารมณ์ขันของบรูกส์ทำให้เขาเป็นที่รักและชื่นชมของชาวสหรัฐ อีกหลายรุ่นถัดมา
“ผมเสียใจที่ทราบข่าวการจากไปของลอว์เรนซ์ บรูกส์ ทหารผ่านศึกอายุมากที่สุดของอเมริกา และหนึ่งในชาวลุยเซียนาที่เราภาคภูมิใจ” จอห์น เอดเวิร์ดส ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา โพสต์ทวิตเตอร์แสดงความเสียใจ
บรูกส์เกิดและอาศัยในลุยเซียนา เขาเข้าร่วมกองกำลังทหารช่างที่ 91 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกองกำลังที่ประกอบด้วยทหารชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันเป็นส่วนใหญ่ บรูกส์ปฏิบัติงานในยุคที่สหรัฐ เต็มไปด้วยการแบ่งแยกทางเชื้อชาติ โดยทหารคนขาวและคนดำจะนอนในเต็นท์คนละหลังและรับประทานอาหารแยกกัน
สำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์รายงานว่าบรูกส์เกิดเมื่อปี 1909 ที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งนอกเมืองแบตันรูช เขาเป็นหนึ่งในบุตรจำนวนสิบห้าคน พ่อแม่เป็นชาวนาที่ย้ายไปมิสซิสซิปปีเพื่อหางานทำหลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression)
บรูกส์เคยปลดประจำการและกลับนิวออร์ลีนส์ในเดือนพฤศจิกายน 1941 หลังจบการปฏิบัติงานภาคบังคับ ก่อนกลับเข้าร่วมกองทัพสหรัฐ อีกครั้งในหลายสัปดาห์ถัดมา หลังมีเหตุโจมตีเพิร์ล ฮาร์เบอร์ (Pearl Harbor) และเดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศในออสเตรเลีย นิวกินี และฟิลิปปินส์ จนกระทั่งเลื่อนขั้นสู่ตำสิบตรี (Private First Class)
ท้ายที่สุดบรูกส์ปลดประจำการและเดินทางกลับบ้านในยุคกฎหมายจิม โครว์ (Jim Crow) ที่มีการแบ่งแยกคนขาว-คนดำอย่างชัดเจน เขากลับไปใช้ชีวิตพลเรือนและทำอาชีพพนักงานขับรถยกกระทั่งเกษียณอายุในวัย 70 ปี ส่วนลีโอนาผู้เป็นภรรยาเสียชีวิตในปี 2008 โดยบรูกส์มีลูกทั้งหมด 5 คน หลาน 13 คน และเหลน 32 คน



