กรณี นายนี ชาว จ.สงขลา พ่อค้าอาหารทะเล บริเวณภายนอกอาคารตลาดเทศบาลนครภูเก็ต ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงแผงขายอาหารทะเลสดติดกันมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 3 ราย รวม 5 คน ทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน แล้วหลบหนีไป สาเหตุจากมีปัญหาเรื่องค้าขายกันมาตลอด เหตุเกิดพื้นที่ สภ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ศาลจังหวัดภูเก็ต ได้ออกหมายจับ นายมณีนพ หมีทอง หรือบังนี ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ให้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร

พ่อค้าอาหารทะเลภูเก็ตปืนโหดยิงแผงค้าติดกัน บาดเจ็บ2รายอาการสาหัส3ราย

พ.ต.อ.บัณฑิต ขาวสุธรรม ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต เผยว่า ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 โดย พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 สั่งการชุดสืบสวน ภ.8 ร่วมกับ ชุดสืบสวน ภ.จว.ภูเก็ต และ สภ.เมืองภูเก็ต เร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้เร็วที่สุด เนื่องจากคนร้ายกระทำการที่อุกอาจ และเตรียมการไว้ก่อน ก่อเหตุต่อหน้าสาธารณชนโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย แม้ว่าล่าสุดจะพบว่าหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว แต่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามจับกุมได้ในเร็ววันนี้

อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐานหลังก่อเหตุ รวมถึงภาพวงจรปิดมัดตัวคนร้ายอย่างชัดเจน รวมถึงพาหนะที่ใช้หลบหนี รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กอ 1631 ภูเก็ต ที่ถูกนำไปจอดทิ้งไว้บริเวณท่าเทียบเรือแหลมหิน ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต ก่อนลงเรือหลบหนีไปเกาะมะพร้าว จึงขอเตือนผู้ที่ทำการช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิง หลบซ่อน เป็นการกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย เพราะฉะนั้นหากพบเบาะแสคนร้ายหรือพบเจอคนร้ายสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่หรือใกล้เคียงได้ทันที

ส่วนผู้เสียชีวิต 2 ราย นายศรายุธ ถิ่นสถาน อายุ 57 ปี และนางต้อย ลิมปนานุรักษ์ อายุ 51 ปี ทางญาติอยู่ระหว่างติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป