สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า สถาบันด้านธรณีศาสตร์และวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของนิวซีแลนด์ ( จีเอ็นเอส ) เผยแพร่รายงานประเมิน “ผลกระทบเบื้องต้น” ในด้านวิทยาภูเขาไฟและสิ่งแวดล้อม จากการปะทุอย่างรุนแรงของภูเขาไฟ ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮายาไป ซึ่งตั้งอยู่ใต้ทะเล ห่างจากกรุงนูกูอาโลฟา เมือหลวงของตองกา ประมาณ 65 กิโลเมตร และส่งผลให้เกิดสึนามิ เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าก๊าซ ควัน และเถ้าถ่านที่พวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟ อาจมีปริมาณมากถึง 1 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับปริมาณสสารที่พวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟ เซ็นต์ เฮเลนส์ ในสหรัฐ เมื่อปี 2523

ศ.สตีฟ เชอร์เบิร์น รองหัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาภูเขาไฟของจีเอ็นเอส กล่าวว่า การปะทุของภูเขาไฟฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮายาไป มีขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 และความรุนแรงที่แท้จริงอาจมากกว่าที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกประเมินไว้ เนื่องจากระบบตรวจสอบแทบทั้งโลกสามารถตรวจจับคลื่นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจากการปะทุครั้งนี้ ตั้งแต่นิวซีแลนด์ ไปจนถึงรัฐอะแลสกาของสหรัฐ และประเทศไอซ์แลนด์ เรียกได้ว่า “เป็นสถิติโลก”
Tonga eruption sets world record for booming heard so far from volcano https://t.co/9qKQfs5bOI
— RNZ News (@rnz_news) January 20, 2022
ขณะเดียวกัน รูปแบบการปะทุของภูเขาไฟฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮายาไป “เกิดขึ้นแทบนับครั้งได้” และต้องมีการศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียดต่อไป จากการที่แรงสั่นสะเทือนของภูเขาไฟส่งผลให้เกิดสึนามิในอีกด้านหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอยู่ห่างจากภูเขาไฟเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร โดยข้อมูลล่าสุดของรูปแบบการปะทุลักษณะนี้ ที่มีการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ คือการปะทุของภูเขาไฟกรากะตัว ในอินโดนีเซีย เมื่อปี 2426.
เครดิตภาพ : REUTERS



