สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ว่าสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่แถลงการณ์ของนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น เกี่ยวกับการที่กองกำลังพันธมิตรอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบีย โจมตีทางอากาศถล่มศูนย์กักกัน ที่เมืองซาดา ในจังหวัดซาดา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยเมน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 70 ราย

นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีทางอากาศที่เมืองท่าโฮไดดา ริมชายฝั่งทะเลแดงที่อยู่ทางใต้ ส่งผลให้มีเด็กเสียชีวิตอีกอย่างน้อย 3 ราย ว่าปฏิบัติการทางทหารต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน “ผิดกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ”


ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สถานการณ์ในเยเมนที่ทวีความรุนแรงระลอกใหม่ “น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง” และเรียกร้องคู่กรณีทุกฝ่าย “ลดการใช้ความรุนแรง” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของประชาชน


ด้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ออกแถลงการณ์ประณาม การที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน โจมตีทางอากาศข้ามพรมแดน สร้างความเสียหายต่อพื้นที่บางแห่งในกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (เอ็มเอสเอฟ) รายงานเพิ่มเติม ว่าเหตุการณ์โจมตีศูนย์กักกันในจังหวัดซาดาอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก เนื่องจากยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 138 คน ส่วนเซฟ เดอะ ชิลเดรน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก ว่าหน่วยงานบรรเทาทุกข์ใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับผู้อพยพจำนวนมากด้วย


ต่อมา นางลานา นุสไซเบห์ เอกอัครราชทูตยูเออีประจำยูเอ็น กล่าวถึงการโจมตีในจังหวัดซาดา ว่ากองกำลังพันธมิตร “ยึดมั่นตามบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ” และปฏิบัติการดังกล่าว “เป็นการตอบโต้ตามความเหมาะสมทางทหาร” ส่วนกองทัพซาอุดีอาระเบียรับเป็นผู้โจมตีที่เมืองโฮไดดา เพื่อตอบโต้กลุ่มบกฏฮูตี แต่ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในจังหวัดซาดา.

เครดิตภาพ : REUTERS